วันนี้ (16 ม.ค.69) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองของคนไทยต่อนโยบายแจกเงินของพรรคการเมือง” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 26 - 29 ธ.ค. 68 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. คนไทย 2 ใน 3 “ไม่เชื่อ” และ “ไม่คล้อยตาม” นโยบายแจกเงิน
• 67.1% ระบุว่าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง (สำรวจโดย x LINE TODAY)
• 66.4% ไม่เชื่อมั่น นโยบายแจกเงิน
• 58.6% มองว่าเป็นนโยบายเพื่อหาเสียง
• 66.6% เห็นว่าช่วยพัฒนาประเทศได้น้อยหรือแทบไม่ช่วยเลย
กรณีนี้ สะท้อนว่า สังคมค่อนข้างไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ประชาชนเริ่มแยกออก และตีความเป็น “กลยุทธ์หาเสียง” มากกว่านโยบายพัฒนา พลังทางการเมืองของนโยบายนี้กำลังถดถอย
2. ความไม่เชื่อต่อนโยบายแจกเงิน “กระจายทั่วประเทศ” แต่หนักต่างกัน
• ภาคใต้ (80.5%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
• ภาคตะวันออก (72.5%) ภาคกลาง (70.2%)
• ภาคเหนือ (55.3%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (54.5%) ใกล้เคียงกัน
• กรุงเทพมหานคร (44.7%) ต่ำที่สุด
ผลโพลสะท้อนถึงความไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศแต่ ภาคใต้–ภาคกลาง มีท่าทีปฏิเสธชัดเจนที่สุด ในขณะที่ คนกรุงเทพฯ ไม่ศรัทธาคำพูดทางการเมือง แต่ยังเปิดรับการทดลองเชิงนโยบาย

3. ทุกระดับการศึกษา เห็นตรงกันเกินครึ่ง นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
• สูงกว่าปริญญาตรี (73.3%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
• ปริญญาตรี (67.75%) มัธยม/อาชีวศึกษา (60%)
• ประถมหรือต่ำกว่า (51.8%) ต่ำที่สุด
สะท้อนให้เห็นว่า ทุกกลุ่มการศึกษาต้องการ เหตุผล ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า มากกว่าสโลแกนหรือนโยบายขายฝัน
4. กลุ่ม “ข้าราชการ–รัฐวิสาหกิจ” ไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินมากที่สุด
• ข้าราชการ/พนักงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ (70.3%) สูงที่สุด
• แม่บ้าน/ผู้เกษียณ/ไม่มีอาชีพ (65.1%) เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย (63.9%)
• นักเรียน / นักศึกษา (61.4%) ต่ำที่สุด
ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ รู้ว่า “เงินทุกบาทมีต้นทุนและมีผลกระทบระยะยาว” แม้กระทั่งกลุ่มอาชีพอื่น ๆ และ นักเรียน/นักศึกษา ก็ยังเห็นไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่า การเมืองที่หวังชนะด้วยเงิน กำลังไม่ตอบโจทย์ทั้ง “คนในระบบ” และ “คนรุ่นใหม่” เงินระยะสั้นไม่ตอบโจทย์ระยะยาวของชีวิต
ผลสำรวจชี้ชัดว่า นโยบายแจกเงิน ไม่ใช่ตัวชี้ขาดทางการเมืองอีกต่อไป ประชาชนแยกแยะได้ว่า เป็นเพียงนโยบายหาเสียง และยังกระตุ้นความไม่น่าเชื่อโดยอัตโนมัติแก่คนไทยทุกกลุ่มอาชีพ และทุกภาค สิ่งที่พรรคการเมืองควรต้องเริ่มทันที คือ การเสนอนโยบายใหม่ที่ไม่ใช่ประชานิยม หยุดพูดว่า “แจก” และ ต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสังคมให้ชัด เช่น
เงินมาจากไหน และใช้มากแค่ไหน
ใครได้ และทำไมเขาถึงควรได้
ได้แล้วเกิดผลกระทบอะไร คุ้มค่าหรือไม่
วัดผลสำเร็จอย่างไร