ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจคุมตัวหลานโหด บีบคอป้า-น้า นำศพโยนทิ้งบ่อน้ำ ไปฝากขังแล้ว ขณะที่กู้ภัยร่วมกตัญญูส่วนกลาง ใช้เครื่องสูบน้ำแรงดันสูง เร่งงมหาศพน้า
ความคืบหน้า หลังจากวานนี้ ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจสอบบ่อน้ำบาดาลร้าง เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร 80 เซนติเมตร ในป่าละเมาะริมถนน ในตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
หลัง นายกิตติก อายุ 28 ปี เข้ามอบตัวกับตำรวจ ให้การว่า ก่อเหตุฆ่า นางสาววิราภรณ์ อายุ 61 ปี น้าสาว และ นางสาวพนมพร อายุ 64 ปี ป้าของตัวเอง เพราะโมโหที่ทั้ง 2 คน ทำร้ายร่างกาย ยาย และเป็นแม่ของทั้ง 2 คน ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในบ้าน ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี จนฟกช้ำไปทั้งตัว
ซึ่ง นายกิตติก เคยขอพายายไปดูแลเอง แต่ทั้ง 2 คน ไม่ยอม กระทั่งวันที่ 2 มกราคม มาเยี่ยมยาย ก็เห็นว่า ยายมีร่องรอยถูกทำร้าย จึงมีปากเสียงกับน้าและป้า ถึงขั้นทำร้ายกัน ก่อนพลั้งมือฆ่าทั้ง 2 คน จนเสียชีวิต แล้วนำร่างไปทิ้งบ่อน้ำ จากนั้นหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน แล้วพ่อติดต่อให้กลับมามอบตัว
เจ้าหน้าที่ใช้รถดูดน้ำออกจากบ่อ ก่อนโรยตัวลงไป พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ศพ จึงนำร่างขึ้นมาจากบ่อ ก่อนส่งไปตรวจชันสูตรต่อไป ส่วนอีกร่าง เช้าวันนี้ ทีมเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้สถานอับอากาศ จากมูลนิธิร่วมกตัญญู กรุงเทพมหานคร จะนำเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง มาสูบน้ำออก ให้ทันกับน้ำที่ไหลออกมาจากใต้ดิน ซึ่งบ่อลึก 11 เมตร จากนั้นผู้เชี่ยวชาญเพียงผู้เดียว จะลงไปในบ่อได้ ค้นหาร่างของน้า อายุ 61 ปี ซึ่งต้องค้นหาแข่งกับเวลาเนื่องจากอับอากาศ และกลิ่นเน่าเหม็น อีกทั้งยังมีหินคลุก 3 คิว ที่ผู้ก่อเหตุนำมาเทลับลงบ่อ
ขณะที่เช้าวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม ควบคุมตัว นายกิตติก ออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ หลังจากสอบสวนตลอดทั้งคืน และแจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ก่อนนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังไปฝากขังที่ศาลจังหวัดลพบุรี โดยมีพ่อแม่และญาติ ติดตามไปด้วย ส่วนข้อหาบิดบัง ซ่อนเร้นอำพรางศพ ต้องรอผลตรวจดีเอ็นของผู้ต้องหาก่อน ซึ่งหากผลตรวจออกมาตรงกัน ก็แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้
ทั้งนี้ สาเหตุที่ นายกิตติก ฆ่าป้าและน้าสาว อาจจะมาจากเรื่องที่ดินมรดก 75 ไร่