ประชาธิปัตย์ เปิดแผน 90 วัน ชู 10 ภารกิจเร่งด่วน ทำไทยหายจน หาก ปชป.เป็นรัฐบาล

ประชาธิปัตย์ เปิดแผน 90 วัน ชู 10 ภารกิจเร่งด่วน ทำไทยหายจน หาก ปชป.เป็นรัฐบาล

View icon 23
วันที่ 16 ม.ค. 2569 | 17.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ประชาธิปัตย์ เปิดแผน 90 วัน ชู 10 ภารกิจเร่งด่วน ทำไทยหายจน หาก ปชป.เป็นรัฐบาล เศรษฐกิจโต 5% ใน 4 ปี ผ่านกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาโครงสร้างทั้งระบบ

วันนี้ (16 ม.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช, ดร.การดี เลียวไพโรจน์  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และ นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ ร่วมกันประกาศแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เผยว่า 10 ภารกิจเร่งด่วนที่จะทำและเห็นผลใน 90 วัน ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ให้สิทธิ์เบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ อุดหนุนแม่และเด็กเงินออมแรกเกิดทันที ปรับราคารถไฟ รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงเป็น 5-30 บาท จัดตั้งกองทุนตั๋วร่วมทันที แก้กฎหมายและระเบียบเพิ่มการบังคับใช้ที่จำเป็นเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ สัญญาจ้างที่เป็นธรรม แก้กฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ ที่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายใน 90 วัน บรรจุโครงการที่ต้องทำไว้ใน งบประมาณปี 2570 เช่น โครงการประกันรายได้ โครงการบุฟเฟ่ต์การศึกษา โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น เปิดใช้แพลตฟอร์มส่องรัฐเปิดข้อมูลการใช้งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ ปฏิรูประบบราชการ ขจัดปัญหาทุนเทา ผลักดันพลังงานทางเลือก เช่น เปิดเสรีติดตั้งโซลาร์เซลล์ เปิดเผยข้อมูลการซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อให้โปร่งใสตรวจสอบได้ แก้ปัญหาฝุ่น pm 2.5 ด้วยการระงับการซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่ผ่านการเผา ยกระดับหน่วยงาน ป้องกันสาธารณะภัยให้อยู่ในระดับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัย

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า นี่เป็นความพร้อมของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้มีเพียงแค่วิสัยทัศน์หรือเครื่องมือเท่านั้น แต่เป็นการยืนยันว่าพร้อมที่จะนำเครื่องมือเหล่านี้ รวมถึงประสบการณ์ของบุคลากรที่มีไปทำทันที ตนเองมีบทเรียนจากการเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้งสั่งการไปแล้ว แต่ระบบการติดตามบกพร่อง ดังนั้น ทั้งมาตรการ 90 วันที่ประกาศไปนี้จะเป็นเข็มทิศ สำหรับเศรษฐกิจจะมีหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาติดตามเพื่อมั่นใจได้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงตามที่ได้บอกไว้กับประชาชน จากนี้ “ไทยจะหายจน เพราะคนทำเป็น”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องมีความหมายมากกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตนยืนยันมาตลอดว่าตอนนี้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสไปมาก ตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์จึงได้นำเสนอนโยบายไทยหายจน ตั้งเป้าชัดเจนตั้งแต่วันที่เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสามคนที่จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถวัดผลงานได้ว่าภายใน 4 ปีเศรษฐกิจจะเติบโตมากกว่า 5% โดยเริ่มต้นแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง แก้ไขปัญหากฎหมายที่มีความซับซ้อน ยกระดับภาคการเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร รวมทั้งสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าเกษตร พัฒนาอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปรับปรุงให้มีการใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น

ส่วนภาคบริการการท่องเที่ยวก็จะต้องยกระดับ สามารถต่อยอดคนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยให้มีความหลากหลายในเชิงธุรกิจมากขึ้น เช่น การการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ปรับเปลี่ยนจากผู้ใช้ เทคโนโลยี เป็นหารายได้จากเทคโนโลยีให้มากขึ้น ส่วนพลังงานทางเลือกพลังงานสะอาดสอดคล้องแนวโน้มของโลกที่ต้องการให้เศรษฐกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นท่ามกลางปัญหาโลกร้อน

เครื่องมือที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้คือการปรับหรือรื้อกฎระเบียบไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดความล่าช้า รวมถึงลงทุนในเรื่องของคนและทักษะ โครงสร้างพื้นฐานและเปิดทางด้วยการเจรจาและใช้การทูตระหว่างประเทศเศรษฐกิจเชิงรุก

ขณะที่นายกรณ์ ย้ำว่า จะต้องใช้สิ่งที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพ นั่นคือทรัพย์สินของรัฐ ให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น จะทำให้จีดีพีเติบโตขึ้นโดยไม่เป็นภาระกับงบประมาณ เช่น ที่ดิน อาคาร และการลงทุนต่างๆ ที่เอามาใช้งาน ยังไม่คุ้มค่า ออกนโยบายเช่ารัฐ เปลี่ยนอาคารพื้นที่เหลือใช้ของรัฐให้เอกชนเช่า หรือเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ใช้ระบบสาธารณูปโภคและระบบขนส่งให้คุ้มค่ามากขึ้น

ปฏิรูปภาคการเกษตร ลดต้นทุนเพิ่มรายได้เกษตรกร ลดภาระหนี้เรื้อรัง เปลี่ยนจากพักหนี้เป็นซื้อหนี้คืนหยุดวงจรหนี้เกษตรกร  ประกันรายได้เกษตรกร พร้อมวางแนวทางปฏิรูปโดยรวมให้ราคาพืชผลการเกษตรสูงขึ้นโดยไม่ต้องประกันรายได้ในอนาคต

ส่วน ดร.การดี ยืนยันว่า จะต้องเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลด้านเศรษฐกิจดิจิทัล จัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งชาติ  สร้างศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ  สร้างโครงข่ายการค้าอิเล็กทรอนิกส์เสรีด้วยข้อมูลเปิดภาครัฐ สนับสนุนให้ธุรกิจเอสเอ็มอี

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจจะเติบโตได้ 5% ตามที่ประกาศไว้จะต้อง สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่วางเป้าหมายหกอุตสาหกรรมหลัก อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ผลักดันให้ไทยเป็นครัวอาหารมูลค่าสูง เช่น โปรตีนทางเลือก หรืออาหารสำหรับผู้สูงอายุ  อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่และการออกแบบ  อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงยกระดับการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีการแพทย์ เทคโนโลยีอวกาศ  อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวพร้อมทำงาน  ภาคการเงินปฏิรูปให้เกิดความโปร่งใสเป็นที่ฟอกเงิน  และอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกเพิ่มการผลิตพลังงานทางเลือกเชื่อมโยงกับประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง