เช้านี้ที่หมอชิต - เข้าสู่วันที่ 4 เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำร่างท่อนล่างของคนขับรถกระบะที่ถูกเครนถล่มทับบนถนนพระรามที่ 2 ออกมาได้ ต้องให้รื้อโครงเหล็กก่อสร้างออกก่อนเพื่อความปลอดภัย
ตลอดทั้งวัน วิศวกรของบริษัทก่อสร้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามรื้อถอนแผ่นปูนขนาดใหญ่ และโครงสร้างเหล็ก ที่ถล่มบนถนนพระรามที่ 2 ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร ใช้รถเครนขนาด 500 ตัน 2 คัน และรถเครน 200 ตัน อีก 2 คัน เข้ายกชิ้นส่วนลอนเชอร์ที่พาดอยู่ด้านบนทางยกระดับ การรื้อถอน 3 วัน สามารถตัดชิ้นส่วนเครนได้รวม 4 ชิ้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ใช้โดรนเก็บภาพมุมสูงโครงสร้างเครนทุกวัน เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงขณะรื้อถอน
เจ้าหน้าที่ยังปิดช่องทางการจราจรให้ใช้ช่องทางคู่ขนานเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ทำให้การจราจรทั้งขาเข้าและขาออกเคลื่อนตัวได้อย่างช้า ๆ สลับหยุดนิ่ง ตำรวจแนะนำให้ประชาชนเลี่ยงการใช้ถนนพระรามที่ 2 ออกไปก่อน แนะนำให้ใช้ถนนเพชรเกษม และ ถนนบรมราชชนนีแทน
ส่วนการเก็บกู้ชิ้นส่วนท่อนร่างของ นายศราวุฒิ เวชการ คนขับรถกระบะตู้ทึบ ถูกแผ่นปูนขนาดใหญ่ทับติดอยู่ในรถต้องเลื่อนไปก่อน ต้องรอจนกว่าเจ้าหน้าที่วิศวกรนำชิ้นส่วนเครนออกจากที่เกิดเหตุก่อน
ส่วนเหตุท่อส่งน้ำประปาใต้ถนนคู่ขนานพระรามที่ 2 ช่วงหลักกิโลเมตร 29 ขาเข้ากรุงเทพฯ ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร แตกชำรุด ทำให้ล้อหน้าของรถกระบะตกลงไปในหลุม ช่วงเช้าวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา
เมื่อบ่ายวานนี้ (18 ม.ค.) เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมท่อประปา และปรับพื้นผิวจราจร 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้ถนนได้ เนื่องจากยังไม่แห้งสนิท ต้องรอให้ปูนเซ็ตตัวก่อน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน
เจ้าหน้าที่ได้เปิดช่องจราจรฝั่งซ้ายของคู่ขนาน 1 ช่องจราจร ให้รถยนต์ขนาดเล็กสามารถวิ่งผ่านได้ ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือรถบรรทุกหนัก ที่ลงมาจากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ขอความร่วมมือให้ใช้ทางเบี่ยงตรงบริเวณหน้าตลาดทะเลไทย เข้าสู่ช่องทางหลัก
นอกจากจะช่วยบรรเทารถติดในช่องคู่ขนานได้แล้ว ยังสามารถกลับมาใช้ความเร็วได้ตามปกติอีกด้วย ส่วนการเปิดช่องจราจรฝั่งคู่ขนานทั้ง 2 ช่องจราจรแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าไม่เกิน 17.00 น. วันนี้ (19 ม.ค.)
จากอุบัติเหตุซ้ำซากบนถนนพระรามที่ 2 พ่อค้า-แม่ค้าในตลาดมหาชัย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอดขายในช่วงวันหยุดลดลงอย่างรุนแรง บางรายหายไปกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ลดลง และหลายคนก็เลี่ยงใช้ถนนพระรามที่ 2 หลังเกิดเหตุเครนถล่ม ทำให้ผู้ค้าจำนวนมากต้องลดการสั่งสินค้า และเผชิญภาวะรายได้หดตัว
ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ย้ำว่า เหตุเครนถล่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น นำไปสู่การยกเลิกเดินทาง ชะลอการท่องเที่ยว ยอดใช้บริการโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ลดลง กระทบต่อการขนส่ง โลจิสติกส์ ต้องใช้ทางเลี่ยง มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และมีผลต่อโอกาสทางธุรกิจในอนาคต เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน อยากให้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการความปลอดภัยที่ชัดเจน โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาว