ปวดหลัง มีไข้ต่ำ ๆ น้ำหนักลด อาจไม่ใช่แค่โรคคนแก่หรือเพราะยกของหนัก

ปวดหลัง มีไข้ต่ำ ๆ น้ำหนักลด อาจไม่ใช่แค่โรคคนแก่หรือเพราะยกของหนัก

View icon 74
วันที่ 19 ม.ค. 2569 | 11.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปวดหลังจนสะดุ้งตื่นตอนดึก มีไข้ต่ำ ๆ น้ำหนักลด อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคคนแก่หรือเป็นเพราะยกของหนัก อาจเป็นโรคกระดูกสันหลังติดเชื้อ หมอโรคกระดูกและข้อ แนะสังเกตสัญญาณเตือน ปวดหลังกินยาแล้วไม่หาย อย่าพาไปนวด ให้รีบพามา รพ. การวินิจฉัยโรคนี้ต้องแข่งกับเวลา

วันนี้ (19 ม.ค.69) ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจหมอเก่งกระดูกและข้อ โดยระบุถึงอาการ “ปวดหลังจนสะดุ้งตื่นตอนดึก มีไข้ต่ำๆ น้ำหนักลด อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคคนแก่” หากคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้สูงอายุในบ้าน บ่นปวดหลังแบบนี้ต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะกรณีที่กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย ไปนวดก็ระบมกว่าเดิม แถมมีอาการแปลก ๆ คือ "ปวดมากตอนกลางคืน" จนทำให้นอนไม่หลับ หลายคนคิดว่าเป็นกระดูกเสื่อมธรรมดา หรือเป็นเพราะยกของหนัก แต่หารู้ไม่ว่า นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่อันตรายกว่านั้นมาก นั่นคือ "โรคกระดูกสันหลังติดเชื้อ"

ข้อความตอนหนึ่ง หมอเก่ง ระบุด้วยว่า โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคไต กับภัยเงียบที่ชื่ออ่านยาก ๆ อย่าง Spondylodiscitis คือ การอักเสบติดเชื้อของหมอนรองกระดูก (Diskitis) และมักจะลามไปที่ตัวกระดูกสันหลังข้างเคียง (Spondylitis)

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค (Pathogenesis) เชื้อโรคไม่ได้ลอยมาในอากาศแล้วเข้ากระดูก แต่มักมา 3 ทางหลัก ๆ

1. มาตามกระแสเลือด คือ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เชื้ออาจจะมาจาก การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ ฟันผุ หรือแผลที่เท้าในคนเป็นเบาหวาน เชื้อโรคเดินทางผ่านเลือดแล้วไป "ตกตะกอน" ที่เส้นเลือดฝอยรอบ ๆ หมอนรองกระดูก
2. ลามจากอวัยวะข้างเคียง เช่น มีฝีในช่องท้อง แล้วลามไปที่กระดูกสันหลัง เชื้อก่อโรคที่พบบ่อย
- แบคทีเรียทั่วไป: Staphylococcus aureus (เจอบ่อยสุด)
- วัณโรค (TB): ในประเทศไทยเราเจอเยอะมาก! เรียกว่า "วัณโรคกระดูกสันหลัง" (Pott's Disease) อาการมักจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ปวดเรื้อรังมาเป็นเดือนๆ

อาการและสัญญาณอันตราย (Red Flags)
- ปวดหลังรุนแรง: ปวดลึกๆ ขยับตัวแทบไม่ได้ พลิกตัวบนเตียงคือฝันร้าย
- ปวดกลางคืน (Night Pain) ปวดจนสะดุ้งตื่น กินยาแก้ปวดพาราฯ เอาไม่อยู่
- มีไข้: อาจเป็นไข้สูงหนาวสั่น (ถ้าเป็นแบคทีเรีย) หรือไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายๆ เย็นๆ (ถ้าเป็นวัณโรค)
- อาการทางระบบประสาท ชาขา ขาอ่อนแรง หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ (แปลว่าหนองหรือกระดูกไปกดทับเส้นประสาทแล้ว)

ปัจจัยเสี่ยง
- ผู้สูงอายุ (>50-60 ปี)
- ผู้ป่วยเบาหวาน (คุมน้ำตาลไม่ดี)
- ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่ต้องล้างไต
- ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือกินยากดภูมิ
- ผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น

การวินิจฉัยโรคนี้ต้องแข่งกับเวลา
การตรวจเลือด ดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): มักพบเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น ดูค่าการอักเสบ (ESR และ CRP): ค่าพวกนี้จะ "สูงปรี๊ด" ในคนที่มีการติดเชื้อที่กระดูก เป็นตัวช่วยบอกหมอได้ดีมาก
เอกซเรย์ (X-ray): ในระยะแรก (1-2 สัปดาห์แรก) อาจจะยังดูปกติ ไม่เห็นอะไร แต่ถ้าเป็นมานาน จะเห็นช่องหมอนรองกระดูกแคบลง หรือกระดูกเริ่มแหว่ง
1.MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เป็นวิธีที่ดีที่สุด สามารถเห็นหนอง เห็นน้ำในไขกระดูก และเห็นการกดทับเส้นประสาทได้ชัดเจน
2. การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy): บางครั้งภาพ MRI บอกได้แค่ว่ามีเชื้อ แต่ไม่รู้ว่าเชื้อตัวไหน หมออาจต้องใช้เข็มเจาะเข้าไปดูดหนองหรือชิ้นเนื้อมาเพาะเชื้อ เพื่อจะได้จ่ายยาฆ่าเชื้อได้ตรงจุด (Targeted Therapy)

แนวทางการรักษา: สู้กับเชื้อ กู้คืนกระดูก
1. การให้ยา (Medication)
ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ต้องให้นานมากครับ! ไม่ใช่กิน 7 วันแล้วจบ ส่วนใหญ่ต้องให้ทางเส้นเลือดก่อน แล้วตามด้วยยากินรวมระยะเวลา 6 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน
ยารักษาวัณโรค: หากตรวจพบว่าเป็นวัณโรคกระดูก ต้องกินยานาน 9-12 เดือน ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด

2. การพักและใส่อุปกรณ์พยุง (Brace) ผู้ป่วยต้องนอนพัก และใส่เสื้อเกราะดามหลัง (TLSO Brace) เพื่อลดการขยับของกระดูกสันหลัง ช่วยลดปวดและป้องกันกระดูกยุบตัว

3. การผ่าตัด (Surgery) ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด เราจะผ่าก็ต่อเมื่อมีหนองไปกดทับเส้นประสาท จนขาอ่อนแรง กระดูกสันหลังถูกทำลายจนไม่มั่นคง (Unstable) หรือหลังค่อมผิดรูปมาก ให้ยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไข้ไม่ลด ปวดไม่หาย การผ่าตัดคือการเข้าไป "ล้างหนอง" และ "ดามเหล็ก" เพื่อยึดกระดูกให้แข็งแรง สามารถรักษาหายขาดได้ หากมารักษาเร็ว และได้รับยาฆ่าเชื้อที่ตรงกับเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อน หากรักษาช้า อาจทำให้กระดูกสันหลังค่อมผิดรูป (Kyphosis) หรือมีความพิการทางระบบประสาท (อัมพาต) หลงเหลืออยู่ได้

หมอเก่ง แนะนำวิธีดูแลตัวเองและคนใกล้ชิด ด้วยคาถาป้องกันสั้น ๆ ให้สังเกตผู้สูงอายุในบ้าน: ถ้าบ่นปวดหลัง ร่วมกับมีไข้ และ น้ำหนักลด อย่าพาไปนวด! ให้รีบพามาโรงพยาบาล อย่าปล่อยให้มีการติดเชื้อ: ฟันผุ แผลกดทับ แผลเบาหวานที่เท้า ต้องรีบรักษา เพราะเชื้อสามารถเดินทางจากจุดเล็กๆ ไปสู่กระดูกสันหลังได้ ระวังการติดเชื้อในกระแสเลือด หากมีอาการไข้หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด ควรรรีบพบแพทย์

หมอเก่ง สรุปทิ้งท้ายว่า อาการปวดหลังจาก "กระดูกสันหลังติดเชื้อ" เป็นภาวะฉุกเฉินกึ่งเร่งด่วนที่ไม่ควรมองข้าม ความเจ็บปวดที่รบกวนการนอนหลับ หรือยาแก้ปวดทั่วไปเอาไม่อยู่ คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังตะโกนบอกคุณ การรักษาที่เร็วที่สุด คือการรักษาที่ดีที่สุด หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการ ตามที่หมอเล่าไป อย่านิ่งนอนใจ รีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาตอ ก่อนที่เชื้อร้ายจะทำลายโครงสร้างชีวิตของคุณ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง