ห้องข่าวภาคเที่ยง - ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุสลดใจ ชายอายุ 41 ปี ใช้มีดฟันคอชายอายุ 51 ปี เสียชีวิต ปมเหตุด้วยเรื่องหนี้สินของคนอื่น แต่ที่มันดูซับซ้อน ก็เนื่องจากทั้งคู่ เขามีเมียคนเดียวกัน
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องเช่า อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจพบรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่ ใกล้ ๆ มีร่าง นายวันดี หรือ หนุ่ม อายุ 51 ปี ถูกของมีคมบาดลึกที่ลำคอ ข้างตัวเจอท่อนเหล็ก และ มีดเปื้อนเลือดอีก 1 เล่ม
สอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ ให้การตรงกันว่าผู้ก่อเหตุ ชื่อ นายณัฐวัฒน์ หรือ โย อายุ 41 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าเกิดเหตุ และ หลังเกิดเรื่อง นายโย ได้ขี่รถจักรยานยนต์พาลูกสาววัย 5 ขวบ หลบหนีไปแล้ว
หญิงอายุ 29 ปี ให้การกับตำรวจเพิ่มเติม นายหนุ่ม เป็นสามีของเธอ ส่วนนายโย เป็นอดีตสามี ที่เลิกรากันมาระยะหนึ่งแล้ว
ผู้ชายทั้ง 2 คน มีเรื่องทะเลาะกันเนื่องจาก เพื่อนของนายโย ที่ชื่อเมย์ ได้มาขอยืนเงินจากนายหนุ่ม แต่ไม่ยอมใช้คืน จนเกิดการทวงถาม ฝ่ายลูกหนี้ จึงนำเรื่องนี้ไปพูดยุแยง ให้โยกับหนุ่มผิดใจกัน กระทั่งช่วง 19.00 น. วานนี้ นายโย ถือมีดตามราวีนายหนุ่ม ถึงบ้านพัก ด้วยความโมโห นายหนุ่ม จึงขับรถกระบะ พาเธอมาหานายโย ที่ห้องเช่า เพื่อหวังเคลียร์ใจกัน แต่เรื่องราวกลับบานปลาย
ด้านเพื่อนร่วมห้องเช่า ให้การว่า ฝ่ายนายหนุ่ม มาตะโกนด่าทอ นายโย พร้อมกับพูดท้าทาย และถือท่อนเหล็กเป็นอาวุธด้วย นายโย จึงใช้มีดเพื่อป้องกันตัว ซึ่งระหว่างที่เกิดเหตุทำร้ายกัน เพื่อนบ้านได้พยายาม พูดบอกนายโย ให้ใจเย็น ๆ นึกถึงลูกสาววัย 5 ขวบไว้ หากเกิดอะไรขึ้น ลูกจะอยู่กับใคร
ตำรวจกระจายกำลัง ติดตามตัว นายโย พบขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าที่ทำงาน ซึ่งห่างจากห้องเช่าประมาณ 6 กิโลเมตร
นายโย สารภาพว่า ระหว่างที่ผมกำลังป้อนข้าวลูกสาว ถูกอีกฝ่าย มาหาเรื่อง ใช้ท่อนเหล็กฟาดตีที่ข้อมือก่อน จึงต้องป้องกันตัว ด้วยการใช้มีดฟันตอบโต้ไป ไม่มีเจตนาถึงขั้นเอาชีวิต แต่อีกนายหนุ่ม ยังคงเข้ามาทำร้ายซ้ำ
ทั้งนี้เป็นผมห่วงลูกสาวมาก และเสียใจมากที่ฆ่าคนตาย อยากขอโทษครอบครัวนายหนุ่ม และ ขอรับโทษตามกฎหมาย เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา "ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย"
เช้าวันนี้ มีลูกพี่ลูกน้องไปที่โรงพัก เพื่อเข้าเยี่ยม นายโย จากนั้นออกมาเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า "นายโย" เป็นคนรักและห่วงลูกมาก ไม่เคยให้ลูกห่างกาย ทำงานรับจ้างก็เพื่อเก็บเงินมาเลี้ยงดูลูกสาว พาลูกไปเที่ยว เชื่อว่าที่ทำไป เพราะถูกกดดันที่สุดแล้ว
ตำรวจระบุ ผู้ต้องหาอยู่ในอาการเครียดมาก ยิ่งรู้ว่าลูกไปอยู่ในความดูแลของฝ่ายแม่ ส่วนจะคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ นั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ต้องหา