ชาย 48 ขโมยน้ำตาลทราย 9 ถุง ก่อนจะตีมึนเอามาคืน อ้าง ไม่ได้ขโมย มือมันเผลอหยิบไปเองโดยไม่รู้ตัว

ชาย 48 ขโมยน้ำตาลทราย 9 ถุง ก่อนจะตีมึนเอามาคืน อ้าง ไม่ได้ขโมย มือมันเผลอหยิบไปเองโดยไม่รู้ตัว

View icon 45
วันที่ 20 ม.ค. 2569 | 17.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชายวัย 48 ขโมยน้ำตาลทรายไป 9 ถุง ตอนแรกไม่ยอมรับสารภาพ สุดท้ายยอมเอามาคืน อ้าง ไม่ได้ขโมย มือมันเผลอหยิบไปเองโดยตนเองไม่รู้ตัว ยกมือไว้ไหว้ขอโทษ-สัญญาณจะเลิกทำพฤติกรรมแบบนี้

วันนี้ (20 ม.ค. 69) ร.ต.ท.นฤบดินทร บุตรวัง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุโจรขโมยน้ำตาลทรายไปจำนวนหลายถุงที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่งข้างตลาดเทศบาล 1 เทศบาลนครอุดรธานี โดยกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกภาพคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุเอาไว้ได้ แล้วเดินไป

ณ ในที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 1 คูหา พบ นางสุดาลักษณ์ อายุ 32 ปี ผู้จัดการร้าน เล่าว่า พนักงานได้เคลียร์สินค้าภายในร้าน เพื่อจะนำสินค้าไปไว้ที่สาขาอื่น เนื่องจากสาขาแห่งนี้จะปิดทำการขาย ซึ่งทุกคนกำลังทำงานกันอยู่ จึงไม่มีใครเห็นว่ามีคนมาขโมยสินค้าไป จากนั้นมีคุณยายข้างร้านเดินมาบอกว่าเห็นผู้ชายคนหนึ่งหยิบถุงน้ำตาลที่วางอยู่หน้าร้านแล้วเดินไป ซึ่งพนักงานที่อยู่ออฟฟิศได้ส่งภาพกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน จากนั้นได้ให้พนักงานไปสอบถามคนที่ขโมยเอาไป ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมชัย อายุ 48 ปี ในตอนแรกคนร้ายไม่ยอมรับ จึงได้ตรวจสอบสินค้าพบเป็นน้ำตาลทรายที่ก่อนเกิดเหตุพนักงานของร้านนำมาไว้หน้าร้าน

ผ่านไปประมาณ 10 นาที นายสมชัย ได้เปิดประตูแล้วนำถุงทรายที่ขโมยไปมาวางคืนไว้บนทางเท้า ทางพนักงานจึงได้ทำการนับน้ำตาลทรายพบว่ามี 9 ถุง

ทาง นายสมชัย สารภาพว่า มือมันหยิบไปเองโดยตนเองไม่รู้ตัว พนักงานได้มาสอบถามเอาสินค้าคืนกับตน ซึ่งตนเองกำลังหาอยู่ว่าวางถุงน้ำตาลไว้ที่ไหน ตอนนั้นจึงได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป แต่ก็ยืนยันเสียงแข็งว่ามือมันหยิบเอาไปเอง และได้นำสินค้ามาคืนแล้วจะดำเนินคดีกับตนทำไม

ด้านตำรวจได้ชี้แจงบอกว่าเป็นกระทำผิดสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้จัดการทางร้านได้สินค้าคืนก็ใจดี ไม่ติดใจเอาเรื่อง เนื่องจากต้องรีบเคลียร์ร้านให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

สุดท้าย ทาง นายสมชัย จึงได้ยกมือไว้ไหว้ขอโทษกับผู้จัดการร้านพร้อมกับสัญญาณว่าจะเลิกทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก และได้บทเรียนว่าเห็นสิ่งของที่วางไว้ไม่ใช่ของตนเองก็ไม่ควรหยิบไป หากเขาบอกให้สารภาพก็ต้องรีบสารภาพ จะทำให้เรื่องไม่บานปลาย ตำรวจจึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สินค้าที่มีมูลค่ามาก การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ให้หยุดกระทำผิดแบบนี้อีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง