“จตุพร” ปูดหมายจับนักการเมืองเทาออกสัปดาห์นี้ นครราชสีมาหรือกาฬสินธุ์ จังหวัดไหนจะโดนก่อน มั่นใจหมายจับสีเทาจะปิดเกมก่อนสิ้นเดือน ม.ค.นี้ โดนกันหลายพรรค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน วานนี้ (20 ม.ค.69) โดยคาดว่า ภายในสัปดาห์นี้นักการเมืองเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาจะถูกจับกุมตามหมายจับ โดยผู้สมัครใน จ.นครราชสีมา หรือ จ.กาฬสินธุ์ ต้องลุ้นจังหวัดไหนจะโดนรวบตัวก่อนกัน
นายจตุพร กล่าวอีกว่า การจับกุมนักการเมืองสีเทา ตามที่ระบุว่ามีถึง 10 รายชื่อนั้น รอบแรกยังไม่จับกุม 2 ผู้สมัครของพรรคประชาชน เพราะล่าสุดได้เรียงคิวหมายจับนักการเมืองสีเทากันใหม่แล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดจะจับผู้สมัครในพรรคระดับท็อป 5 ใน จ.นครราชสีมา หรือ จ.กาฬสินธุ์ก่อน คงต้องรอลุ้นกัน ไม่ใช่ว่าหมายจับพรรคประชาชนตามเป็นข่าว 2 คนจะไม่มี แต่จะถูกขยายผลถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็น 10 คน และเป็นคนละเรื่องกับนักการเมืองสีเทาตัวตั้ง 10 คน ในท็อป 5 ที่คาดจะถูกจับ เมื่อขยายผลแล้วคงโดนกันหลายพรรค
ในสัปดาห์นี้อาจจะมี 1-4 รายชื่อ ใน จ.นครราชสีมา กับ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งใครในจังหวัดไหนจะโดนก่อนกัน สิ่งสำคัญหมายจับสีเทาจะปิดเกมกันก่อนสิ้นเดือนมกราคม ถ้าลากไปจัดการในสัปดาห์สุดท้ายเลือกตั้ง จะโจ่งแจ้งกันเกินไป ท้ายที่สุดแล้วประชาชนคงรับรู้ว่า หมายจับสีเทาไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งกัน เพราะมีจับกันถ้วนหน้าผู้เกี่ยวข้อง ไม่มีข้อยกเว้น
อย่างไรก็ตาม การเปิดรายชื่อนักการเมืองถูกหมายจับสีเทานั้น ไม่ได้เป็นหน้าที่ของนายไชยชนก ชิดชอบ รักษาการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แต่เป็นหน้าที่ของตำรวจไซเบอร์ต้องขออนุมัติหมายจับจากศาล แล้วไปแจ้งข้อกล่าวหา และจับกุม คัดค้านการประกันตัว ซึ่งเป็นเส้นทางตามกระบวนการยุติธรรมปกติ
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ตามปกติถ้าดูหนังไทย ตำรวจจะมาตอนจบทุกครั้ง สักพักหนังก็ขึ้นสวัสดี จบ แต่กับนักการเมืองไทยมักจะแสดงความรับผิดชอบช้า โดยจะเกิดขึ้นหลังตำรวจมาจับแล้ว ดังนั้น แต่ละพรรคการเมืองย่อมละแคะระคายตัวบุคคลจะถูกหมายจับ เพราะไม่มีใครรู้ดีมากไปกว่าตัวเอง โดยกรณีจับกุมที่ จ.ตาก ก็รู้มาก่อน 2 วันเท่านั้น
“นักการเมืองใหญ่และข้าราชการระดับสูงเกี่ยวข้องธุรกิจสีเทา ถ้าเป็นรายชื่อที่เฉิน จื้อ เปิดเผยแล้ว จะโยงใยใครบ้างคงไม่รู้ แต่กัมพูชาย่อมมีข้อมูลลึกลับประเภทนี้อยู่แล้ว ดังนั้นคงเป็นข้อมูลเดียวกับทางจีนรู้นั่นเอง”