สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวันแรก

View icon 199
วันที่ 21 ม.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.23 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567-2568 เป็นวันแรก โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์ 7 คน, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร 4 คน และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี จำนวน 2,612 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "ชาติบ้านเมืองของเรา ต้องการบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ และมีคุณธรรม ความสุจริต มาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคง กล่าวได้ว่า ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย และได้รับยกย่องว่าเป็นบัณฑิตแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับหน้าที่นี้ เพราะถือเป็นผู้มีความรู้ทางวิชาการอย่างถูกต้องแม่นยำ และมีความคิด ความสามารถ ที่จะนำความรู้อันเป็นหลักวิชา ไปปรับใช้ในการปฏิบัติจริง ให้ได้ผลเป็นประโยชน์แก่งานที่ทำ และแก่ส่วนรวมประเทศชาติ รวมทั้งเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพในตนเองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันการปฏิบัติงานในทุกรูปแบบ ต้องอาศัยหลักวิชาและเทคโนโลยีอันก้าวหน้าทันสมัยอย่างมาก และบางครั้งก็มีอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ทันการณ์ทันโลก มาใช้ในการปฏิบัติแก้ไข บัณฑิตทุกคนจึงควรตั้งใจประพฤติตนปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ความสามารถ และคุณสมบัติทั้งปวงที่มีอยู่ ให้บรรลุผลเป็นประโยชน์สูงสุด และเท่าทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งฝึกฝนความคิดวิจารณญาณ เพื่อใช้ในการพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ อย่างละเอียด รอบคอบและถี่ถ้วน ว่าสิ่งใดเป็นทางแห่งความเจริญ และสิ่งใดเป็นทางแห่งความเสื่อม แล้วเลือกประพฤติปฏิบัติแต่ในทางที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ ถ้าทำได้ดังนี้ ก็เป็นที่หวังได้ว่า แต่ละคนจะสามารถนำพาตนและนำพาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างแน่นอน"

เวลา 12.36 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอาคารสัตวเวชบำรุง ศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพทางสัตวแพทย์ภาคเหนือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณจาก "โครงการศูนย์สุขภาพสัตว์ดอยคำ" ระหว่างปี 2562-2565 เป็นอาคารสูง 4 ชั้น รองรับการรักษาโรคสัตว์เฉพาะทางอย่างครบวงจร เพื่อให้บริการแก่ประชาชน และเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติสำหรับนักศึกษาและบุคลากรทางสัตวแพทย์

ในการนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมภายในอาคารฯ ได้แก่ ห้องฉุกเฉิน ที่จัดแสดงอุปกรณ์และเครื่องมือทางสัตวแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องฟอกไต, เครื่องตรวจคลื่นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า, เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง นิทรรศการพระราชกรณียกิจและกองทุนสงเคราะห์สัตว์ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

การดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมสุขภาพทางสัตว์แพทย์ภาคเหนือ และโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีหน่วยให้บริการ เช่น แผนกอายุรกรรม ศัลยกรรม สัตว์ป่วยฉุกเฉินและวิกฤต ศูนย์กายภาพบำบัด และหออภิบาลสัตวป่วย รวมถึงมีคลินิกเฉพาะทางกว่า 15 คลินิก ที่ให้การวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกทักษะวิชาชีพสัตวแพทย์ เพื่อยกระดับการบริการด้านสุขภาพสัตว์ อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

งานบริการวิชาการ เช่น บริการดูแลสุขภาพ ควบคุมประชากรและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า, ลงพื้นที่ปฏิบัติงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน รวม 19 ครั้ง, จัดทำพิพิธภัณฑ์กายวิภาค และพยาธิวิทยาทางสัตวแพทย์ เพื่อเป็นแหล่งสะสม ค้นคว้า วิจัย และถ่ายทอดความรู้

โดยมี 2 หลักสูตร คือ สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต และวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการพยาบาลสัตว์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสำหรับสุขภาพและผลผลิตของสัตว์ มีการพัฒนาชุดตรวจเชื้อก่อโรคเต้านมอักเสบสำหรับฟาร์มโคนมรายย่อย และสหกรณ์โคนม พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายโดยบริษัท วันเฮลท์ อินโนเวชั่น จำกัด ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผลของโภชนศาสตร์คลินิกต่อแมวป่วยโรคไตเรื้อรัง โรคระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง และปัญหาผิวหนัง ดำเนินการจัดการทางโภชนศาสตร์ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาถูก ประชาชนเข้าถึงง่าย และยังเป็นอาหารเพื่อรักษาโรคที่ได้รับการรับรองโดยสัตวแพทย์ด้วย

และศูนย์กายภาพบำบัด เพื่อลดอาการเจ็บปวด และเร่งคืนสมรรถภาพการเคลื่อนไหวให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ให้บริการอัลตราซาวน์, เดินลู่วิ่งสายพานใต้น้ำ, กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อด้วยกระแสไฟฟ้า, และช็อคเวฟ ลดปวดและอาการเรื้อรังของสัตว์

เวลา 13.48 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในการนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

จากนั้น พระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึกของมูลนิธิฯ แก่ผู้สนับสนุนกิจการมูลนิธิฯ รวม 98 คน โดยมูลนิธิขาเทียมฯ กำเนิดขึ้นเมื่อปี 2535 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อจัดทำขาเทียมแก่ผู้พิการขาขาดทุกเชื้อชาติ ศาสนา โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในการนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเข็มที่ระลึกพระนามาภิไธย ส.ว. และของที่ระลึก พร้อมกราบบังคมทูลเบิกคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกพระนามาภิไธย ส.ว. 13 คน

โอกาสนี้ ทรงเป็นองค์ประธานการประชุมสามัญประจำปี 2569 ของคณะกรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ มีวาระสำคัญ อาทิ การรับรองรายงานการประชุมสามัญประจำปี 2568 การรายงานผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 ความร่วมมือกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ แผนการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ประจำปีงบประมาณ 2570 และการนำเสนอวิดีทัศน์เรื่อง "โรงงานของขวัญ"

โดยปี 2568 มูลนิธิฯ ได้ให้บริการทำขาเทียม ทั้งที่สำนักงานมูลนิธิขาเทียมฯ จังหวัดเชียงใหม่ การออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ 4 ครั้ง และโรงงานทำขาเทียมพระราชทานทั่วประเทศ รวม 2,794 ขา ส่วนใหญ่เป็นขาเทียมระดับใต้เข่า นอกจากนี้ ยังจัดโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการฝึกยกระดับฝีมือช่างเครื่องช่วยคนพิการ ที่ปฏิบัติงานในโรงงานทำขาเทียมพระราชทาน ภายใต้โครงการพัฒนาช่างเครื่องช่วยคนพิการและช่างกายอุปกรณ์ ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 จังหวัดเชียงใหม่ 5 ครั้ง, โครงการอบรมหลักสูตรขาเทียม การวิเคราะห์และแนวทางแก้ปัญหา การติดตามและประเมินผลการใช้ขาเทียม สำหรับแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักกายอุปกรณ์ 4 ครั้ง โดยมูลนิธิฯ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ผลิตบุคลากรด้านกายอุปกรณ์ ในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) สาขาช่างกายอุปกรณ์ ซึ่งทุกโครงการล้วนช่วยส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการที่ใช้ขาเทียมในอนาคต

จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คณะผู้แทนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถโดยสารปรับอากาศ ขนาด 25 ที่นั่ง เพื่อใช้ในกิจการของมูลนิธิฯ

ข่าวอื่นในหมวด