ราดน้ำมันจุดไฟเผาคนเร่ร่อน

View icon 13
วันที่ 22 ม.ค. 2569 | 10.54 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เยาวชน 3 คน ร่วมกันจุดไฟเผาชายเร่ร่อนใต้สะพาน รับสารภาพ เพราะความคึกคะนอง และไม่คิดไม่ถึงว่าไฟจะลุกลามทำลายทรัพย์สิน

เป็นภาพเยาวชน 3 คน อายุระหว่าง 9-15 ปี คนหนึ่งสวมหมวกนิรภัย แต่อีกคนไม่สวม เดินลงมาที่ใต้สะพานคลองบ้านม้า ถนนคู่ขนานกรุงเทพฯ - ชลบุรีขาเข้า เขตประเวศ กรุงเทพฯ ก่อนนำน้ำมันเชื้อเพลิงราดไปที่ ๆ ชายเร่ร่อนนั่งอยู่และจุดไฟเผา

ทำให้ นายกาน อายุ 51 ปี ชายเร่ร่อนวิ่งหนีออกมาด้วยอาการตกใจ ก่อนช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้ ส่วนกลุ่มเยาวชนที่ก่อเหตุวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป

คุณศราวุธ ทีมข่าว 7HD ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบ นายกาน ชายเร่ร่อน เก็บขยะ ของเก่า ไปขาย จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า นายกาน มาพักอยู่แถวนี้นาน 6 เดือน โดยไม่เคยก่อความเดือดร้อนให้ใคร

ส่วนความเสียหายในพื้นที่เกิดเหตุมีตะกอนปูนแตกกะเทาะจากความร้อนของเปลวเพลิง และลวดสลิงที่ใช้ลดทอนน้ำหนัก เพื่อความยืดหยุ่นบริเวณใต้สะพานขาด 1 เส้น รวมถึงมีรถจักรยานของชายเร่ร่อน เสียหาย 1 คัน เบื้องต้นชาวบ้านบางคนเกิดความสงสารได้นำรถจักรยานเก่ามาทดแทนให้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตามหาตัว นายกาน อยู่

ด้าน พันตำรวจเอก ทศพล อำไพพิพัฒน์ ผู้กำกับการ สน.ประเวศ บอกว่า ผู้ก่อเหตุ 3 คน ทั้งหมดเป็นเยาวชน วานนี้ (21 ม.ค.) ตำรวจได้เรียกผู้ก่อเหตุมาตักเตือนต่อหน้าผู้ปกครองและครู ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องดำเนินคดีอาญา ข้อหาวางเพลิง เผาทรัพย์ เพราะทรัพย์สินทางราชการเสียหาย มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

จากการซักถามเยาวชนยอมรับว่าทำไปเพราะความคึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่คิดว่าเพลิงจะลุกลามใหญ่โต พร้อมอ้างว่าหลังไฟลุกลามก็รู้สึกตกใจ วิ่งหนี เมื่อไฟดับจึงวกกลับมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ข้อมูลของตำรวจยังบอกว่า ในจำนวนเยาวชน 3 คน มีหัวโจกอยู่คนหนึ่งชอบกลั่นแกล้งคนเร่ร่อน เคยก่อเหตุมาแล้ว 3-4 ครั้ง อ้างว่าคนเร่ร่อนมาต่อว่าแม่ของตนเองก่อน ส่วนเหตุที่คดีนี้ไม่เข้าข่ายพยายามฆ่า ก็เพราะตอนที่ก่อเหตุเป็นการราดน้ำมันไปที่มุ้งกระโจมเพื่อจะกลั่นแกล้ง ไม่ได้ราดน้ำมันใส่ไปที่ตัวของชายเร่ร่อนโดยตรง อีกทั้งชายเร่ร่อนก็ไม่ได้บาดเจ็บ จึงไม่เข้าข่ายความผิดนี้

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ รอตัวแทนกรมทางหลวง และการประปานครหลวง ที่เป็นผู้เสียหายในเหตุการณ์นี้เข้ามาสอบปากคำ และประเมินความเสียหาย จากนั้นประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ, พนักงานอัยการ เข้าร่วมมาสอบปากคำเยาวชนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง