จากคดีเยาวชนจุดไฟเผา ไปเจอตำรวจปลอม

View icon 16
วันที่ 23 ม.ค. 2569 | 07.03 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - 3 เยาวชน คึกคะนอง อยากแกล้งคนเร่ร่อน กะจุดไฟเผาเล่น ๆ ไม่คิดจะลุกลามใหญ่โต และไม่มีใครเป็นอะไร คดีนี้ไม่ยาก ตำรวจตามตัวเจอหมด แต่ที่คาดไม่ถึง ตำรวจไปเจอ "ตำรวจปลอม" ด้วย

ภาพวงจรปิดบริเวณใต้สะพานคลองบ้านม้าบน ถนนคู่ขนานกรุงเทพฯ - ชลบุรีขาเข้า เขตประเวศ กรุงเทพฯ กลุ่มเยาวชนนำน้ำมันเชื้อเพลิงราดไปที่ที่ชายเร่ร่อนนั่งอยู่และจุดไฟเผา ทำให้ชายเร่ร่อนวิ่งหนีออกมาด้วยอาการตกใจ ก่อนช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้ ส่วนกลุ่มเยาวชนที่ก่อเหตุวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป เหตุเกิดช่วง 14.00 น. ของวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุ ตำรวจสายตรวจก็ลงพื้นที่ไปสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และผู้ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่ใช่ใคร ชายเร่ร่อน ที่ชื่อ "นายกาน" ซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มวัยรุ่น ก็บอกว่า ตัวเองไหวตัวทัน ก็เลยหลบหนีออกมา ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

พอตำรวจจะขอเรียกดูบัตรประชาชน เขากลับไม่สามารถเอาให้ดูได้ แต่บอกว่ามีบัตรอีกใบหนึ่ง คือ บัตรข้าราชการตำรวจ ที่เขียนในบัตรว่า "ร้อยตำรวจเอก กาน กาฬสินธุ์" เลยเป็นเรื่องชวนงุนงง ว่าผู้ชายคนนี้ใช่ตำรวจจริง ๆ หรือไม่ จนคนในโซเชียลฯ ก็ยังแซวกันสนั่น ว่าคนนี้แหละคือ "ร้อยตำรวจเอก" ปลอมตัวมา

เราส่ง คุณอภิเอก ไปตามหา นายกาน ก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างภาคภูมิใจว่า ก่อนหน้านี้เคยมีครอบครัว มีภรรยา และลูกแฝด เรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก่อนจะมาเป็นตำรวจ แต่ชีวิตต้องพลิกผัน เพราะไปยิงป้องกันตัว แล้วทำให้คนตายตอนอายุ 20 กว่า ๆ จากนั้นถูกศาลฯ พิพากษาจำคุก 14 ปี ได้รับโทษ 2 เท่า เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ระหว่างถูกจำคุกยังถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหนักด้วย ก่อนจะพ้นโทษมาได้ 5 ปีแล้ว ก็มาพักอาศัยอยู่ที่ใต้สะพานแห่งนี้

คุณยา ศราวุธ ผู้สื่อข่าวอีกทีม ที่ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้าน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายกาน ไม่เคยก่อความเดือดร้อนให้ใคร ในทางตรงข้ามเป็นคนโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้คน เมื่อรู้ว่าเดือดร้อนถูกคนรังแก จึงหาซื้อมุ้งและของใช้ที่จำเป็นมาแบ่งปัน

จริง ๆ เรื่องของ "นายกาน" เคยถูกเฉลยไปรอบหนึ่งแล้วว่า เขาไม่ใช่ตำรวจ เพราะสายตรวจได้พาไปตรวจสอบประวัติแล้ว และตำรวจคนที่อยู่ในบัตรจริง ๆ ก็มีตัวตน และปัจจุบันก็ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ สน.โชคชัย ด้วย

ส่วนเรื่องเอาผิดกับกลุ่มเยาวชนทั้ง 3 คน ตำรวจยืนยันเข้าข่ายแค่ "วางเพลิงเผาทรัพย์" ไม่ถึงขั้น "พยายามฆ่า" ได้นัดเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและผู้เสียหายมาพูดคุยกันแล้ว และตนเองก็พูดกับผู้ปกครองตรง ๆ ว่า พวกเขาก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบด้วย

สำหรับข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ โทษจริง ๆ คือ จำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท ไม่นับรวมคดีแพ่งที่อาจต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่ามีโครงสร้างสะพาน ท่อประปาของการประปานครหลวง และ โคมไฟส่องสว่าง ซึ่งถ้าผู้ปกครองต้องร่วมกันจ่ายจริง ๆ ก็เป็นเงินหลายแสนบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง