วันนี้ (23 ม.ค.69) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 5 เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่และนโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 8 - 11 ม.ค. 69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
คำถามส่วนแรกใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่ พบว่าประชาชนกว่า 1 ใน 4 ยังไม่เห็น “ตัวเลือกที่ใช่” ที่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง
• สูงที่สุด 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม
• รองลงมา คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน (18.8%)
• นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (16.9%)
• ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย (10.9%)
• นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ (10.2%)
คะแนน “นำ” ยังไม่ทิ้งห่าง แต่ “ยังไม่เห็นคนที่ใช่” สูงสุด ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสะท้อน “ความลังเล” แต่คือ ช่องว่างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับผู้นำทางการเมือง มากกว่าปัญหาขาดตัวบุคคล

คำถามส่วนที่ 2 นโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ พบว่าทั้งภาพรวมและทุกวัยให้ความสำคัญกับ “นโยบายเศรษฐกิจ” เป็นอันดับ 1 ส่วนคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญด้านแก้ปัญหา“สแกมเมอร์”
ภาพรวม (สำรวจโดย LiINE TODAY) พบว่า 34.7% ประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสูงสุด รองลงมา 29.5% คือ ด้านการกำจัดคอร์รัปชั่น 15.9% คือ ด้านการแก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมายและสแกมเมอร์ 11.1% คือ ด้านความมั่นคงของประเทศ และ 8.8% คือ ด้านสวัสดิการและการช่วยเหลือประชาชน
• Gen Z: เศรษฐกิจ (36.6%) ความมั่นคง (21.7%) สวัสดิการ (18.3%) คอร์รัปชัน (12.6%) สแกมเมอร์ (10.9%)
• Gen Y: เศรษฐกิจ (39.9%) ความมั่นคง (20.2%) สวัสดิการ (16.7%) คอร์รัปชัน (13.9%) สแกมเมอร์ (9.2%)
• Gen X: เศรษฐกิจ (40.9%) ความมั่นคง (23%) สวัสดิการ (16.3%) คอร์รัปชัน (13.5%) สแกมเมอร์ (6.3%)
• Baby Boomer: เศรษฐกิจ (35.2%) สวัสดิการ (24.3%) ความมั่นคง (21.9%) คอร์รัปชัน (12%) สแกมเมอร์ (6.5%)
ทุกเจเนอเรชันให้ความสำคัญกับ เศรษฐกิจเป็นอันดับแรก สะท้อนฉันทามติของทุกวัย ดังนั้นนโยบายต้องพูดแบบทำได้ ไม่เลื่อนลอย ขณะที่ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับสวัสดิการมากขึ้น และคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับปัญหาสแกมเมอร์มากกว่า สะท้อนความต้องการ “ความอุ่นใจ” และ “ความปลอดภัยในชีวิตจริง”
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 05 ผลสำรวจชี้ชัดว่า การเลือกตั้ง 2569 ยังเป็น “สนามเปิด” กลุ่มผู้นำที่ได้คะแนนสูงสุดยังเป็นระดับหลักสิบ และคะแนนกระจาย แปลว่า “โค้งสุดท้าย” ยังมีพื้นที่ให้พลิกเกม และประชาชนจำนวนมากในทุกเจเนอเรชั่น ยังไม่ปิดประตูการตัดสินใจ กลุ่ม “ยังไม่เลือก” คือ ตัวแปรชี้ขาดผลเลือกตั้ง กลุ่มกำหนดเกมใหญ่ คือ Gen Y + Gen X (61% ของทั้งประเทศ)
ดังนั้น โจทย์ใหญ่ของพรรคเมือง จึงไม่ใช่การเลือกข้างรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ต้องหันมาพูดกับคนที่ยังลังเล ด้วยเหตุผลและข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนความรู้สึก “ยังไม่แน่ใจ” ให้เป็น “กล้าให้โอกาส” ไม่หยุดแค่คำว่า “กระตุ้นเศรษฐกิจ” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า จะลดค่าครองชีพอย่างไร เพิ่มรายได้อย่างไร จะทำในกี่เดือน และวัดผลอย่างไร รวมทั้ง ควรเสนอเป็นแพ็คเกจนโยบายที่ครอบคลุมด้านอื่น ๆ ด้วย ทำให้เห็นบทบาทความเป็น “ผู้นำที่เชื่อมความหวังของคนรุ่นใหม่ กับความกังวลของคนรุ่นก่อน”