“เพื่อไทย”แฉ! พบมีการให้ทรัพย์สิน-ซื้อเสียงหลายจังหวัด ส่งเบาะแสให้กกต. แล้ว 5 จังหวัด 7 เรื่อง ตั้งข้อสังเกต 26 จังหวัด ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสูงขึ้นผิดปกติ 1 ก.พ.ส่งผู้สมัครไปสังเกตการณ์
วันนี้ (23 ม.ค.69) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส. หรือ ศูนย์ปราบโกงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 5 - 22 มกราคมที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้รับเรื่องในแง่ของการทุจริตการเลือกตั้งทั้งหมด ประมาณ 61 เรื่อง ซึ่งได้แยกแยะว่า เป็นเรื่องที่มีมูล กับ ไม่มีมูล ซึ่งพบว่า ข้อมูลที่มีมูลมีเป็นจำนวนมากกว่า โดยส่วนใหญ่พบว่า เป็นเรื่องของการแจกสิ่งของ, แจกทรัพย์สิน หรือการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ศูนย์ฯ ได้นำเรื่องที่มีมีมูลทั้งหมดมายกร่างคำร้อง เพื่อที่จะแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน และคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ในแต่ละเรื่อง ในแต่ละจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งเรื่องร้องเรียนไปแล้วประมาณ 7 เรื่องด้วยกัน ในจังหวัดเช่น จ.ปทุมธานี, สตูล, สุพรรณบุรี, บึงกาฬ หรือกรุงเทพฯ ซึ่งเฉพาะกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกัน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการให้ทรัพย์สิน และให้ประโยชน์ โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้ง สัญญาณที่ออกมาขณะนี้ คงมีการใช้การให้ผลประโยชน์การให้ทรัพย์สิน เพื่อมุ่งหวังต่อผลการเลือกตั้ง จึงอยากฝากไปถึง กกต. ให้พิจารณาด้วยความรวดเร็ว เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการวางตัวไม่เป็นกลางด้วย
นายชูศักดิ์ กล่างอีกว่า อีกเรื่องที่เป็นเรื่องน่าห่วงและอยากจะฝากถึง กกต. โดยศูนย์ปราบโกงฯได้นำข้อมูลการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชน มาวิเคราะห์ดูพบว่า มีประมาณ 26 จังหวัด ที่มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านั้นมีความผิดปกติไปจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมีการมาลงทะเบียนเพิ่มเติมมากขึ้นจากเดิมเป็นจำนวนมาก ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ทะลุกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น ที่จังหวัดพะเยา มีประชาชนลงทะเบียนในปี 2566 จำนวน 5,717 คน แต่ว่า ปี 2569 มีคนลงทะเบียน 13,034 คน เพิ่มขึ้นเป็น 127.99 เปอร์เซ็นต์ หรือจังหวัดขอนแก่น เดิมปี 2566 มีผู้ลงทะเบียน 6,540 คน ส่วนปีนี้มียอดลงทะเบียน 14,279 คน ซึ่งการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินี้ส่งสัญญาณว่า เป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า หรือซื้อเสียงข้ามเขตเป็นต้น โดยทั้งหมดนี้ประมาณ 26 จังหวัดทั้ง กรุงเทพมหานคร, ขอนแก่น, เชียงใหม่, นครปฐม, นครศรีธรรมราช, บุรีรัมย์ หรือ จ.ปทุมธานี
ทั้งนี้ศูนย์ปราบโกง จะนำข้อมูลดังกล่าวมา และแจ้งไปที่ผู้สมัคร สส.ของเราให้แต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ ไปสังเกตการณ์ในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อไปดูกระบวนการการลงคะแนนว่า เป็นไปอย่างไร โดยให้มีการถ่ายรูป หรือการถ่ายรูปรถที่นำมาเป็นต้น และโอกาสนี้จะต้องแจ้ง กกต.ว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ต้องเพิ่มความสนใจให้กับจังหวัดที่มีการลงทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
เมื่อถามว่า ได้รับข้อมูลการซื้อเสียง 7,500 บาทหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับแจ้งถึงจำนวนเงินดังกล่าว แต่เรื่องซื้อเสียงได้รับแจ้งมา แต่ไม่ได้ระบุว่า เป็นจำนวนเงินเท่าใด
เมื่อถามย้ำว่า ส่วนใหญ่ในพื้นที่อื่นเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเขต ซึ่งมียอดตั้งแต่ 500 ถึง 2,000
เมื่อถามว่า การซื้อเสียงจำนวน 7,500 บาทนั้น สูงเกินไปหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ก็พูดยาก แต่ก็ต้องมานั่งวิเคราะห์ว่า ข่าวนี้มาอย่างไร ตัวเลขแบบนี้มาได้อย่างไร ซึ่งเราก็ยังวิเคราะห์กันอยู่ โดยส่วนใหญ่ข้อมูลการซื้อเสียงที่ได้รับมา ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่เป็นเป้าหมาย ในการแข่งขันว่า จะมีใครแพ้ชนะ ซึ่งก็เห็นกันอยู่ อย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคใต้ ที่มีการเป้าหมายในการต่อสู้อย่างรุนแรง และการแข่งขันสูง ซึ่งก็แน่นอนว่า ตรงนี้ก็มีข้อมูลเข้ามา
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวเสริมว่า ได้รับรายงานบางส่วนว่า ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง และก็มีจังหวัดในภาคกลาง และในภาคตะวันตก ซึ่งคาดว่า ก็คงมีทุกที่ แต่ที่ทราบตัวเลขมา ไม่ใช่ราคา 7,500 บาท มีมากกว่านั้น แต่ไม่ใช่ตามรายหัว อาจจะเป็นการแจกให้กับพวกแกนนำ, กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็เป็นหลักหลายหมื่นบาท