ไข้นกแก้ว หญิงไทยป่วย มีประวัติเลี้ยงนกในที่อากาศไม่ถ่ายเท

ไข้นกแก้ว หญิงไทยป่วย มีประวัติเลี้ยงนกในที่อากาศไม่ถ่ายเท

View icon 88
วันที่ 23 ม.ค. 2569 | 15.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ไข้นกแก้ว หญิงไทยป่วย มีประวัติเลี้ยงนกในที่อากาศไม่ถ่ายเท ล้างกรงนกโดยไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกัน กลุ่มเสี่ยงคือคนที่ใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ปีก เช่น สัตวแพทย์ คนเลี้ยงนก ผู้ให้อาหารนก

วันนี้ (23 ม.ค.69) แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ และ นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงต้นปี รวมถึงการพยากรณ์โรคในช่วงต้นปี 2569
      
โรคไข้นกแก้ว (Psittacosis) มีรายงานการระบาดในหลายประเทศแถบยุโรป เช่น ออสเตรีย เดนมาร์ก เยอรมนี สวีเดน สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ในขณะที่ประเทศไทยเคยพบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อปี 2539 และจากการสำรวจในสัตว์ปีกพบเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ในอัตราค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 2568 พบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว ในประเทศไทย 1 ราย เป็นหญิงอายุ 55 ปี มีโรคประจำตัว และมีประวัติเลี้ยงนกในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาดกรง ปัจจุบันได้รับการรักษาจนหายแล้ว

โรคไข้นกแก้วเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydophila psittaci ซึ่งพบในนกและสัตว์ปีกหลายชนิด เช่น นกแก้ว นกพิราบ เป็ด และไก่งวง โดยคนสามารถติดเชื้อจากการหายใจเอาละอองเชื้อจากมูลแห้ง ขน หรือสารคัดหลั่งของนก กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่ใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ปีก เช่น สัตวแพทย์ คนเลี้ยงนก รวมถึงผู้ให้อาหารนก เป็นต้น

ผู้ป่วยมักมีการอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และไอแห้ง แนะนำหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกหรือมูลนก หากจำเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติเสี่ยงเพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง

สำหรับ 5 อันดับโรค ที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูลวันที่ 1 – 22 ม.ค.69) ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคสุกใส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง