ช้างตกใจไก่บินเกาะหัวไล่ชนรถ ATV กับต้นไม้ชาวบ้านพังยับ นักท่องเที่ยวต้องวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
วันที่ 22 ม.ค. 69 โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปช้างอาละวาดชนรถเอทีวีพังเสียหาย และทำลายต้นไม้หน้าบ้านประชาชนล้มระเนระนาด สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก คาดว่าเป็นช้างตัวเดียวกับที่เคยก่อเหตุพังแคมป์แรงงานเมียนมามาแล้วก่อนหน้านี้ เหตุเกิดบริเวณซอยสีกอ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นย่านชุมชนที่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่หนาแน่น เจ้าหน้าที่ขอเตือนประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงกลางคืน หากพบเห็นช้าง ห้ามเข้าใกล้ช้างโดยเด็ดขาด ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
จากการสอบถามชาวบ้านเพิ่มเติม ระบุว่า ช้างตัวนี้เคยหลุดออกมาบนถนนและสร้างความวุ่นวายมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเจ้าของปางช้างให้ข้อมูลว่า ช้างอยู่ในอาการร้อนและเครียด ต้องการลงเล่นน้ำ จึงพยายามหลบหนีเข้ามาในชุมชนเพื่อหาแหล่งน้ำ
ล่าสุด วันนี้ (23 ม.ค.69) ทีมข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นปางช้างแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ ซอย 4 ต.กระทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อพบกับนายหนุ่ม (นามสมมติ) ผู้ดูแลปางช้าง เผยว่า ช้างเชือกดังกล่าวชื่อ . พลายนำโชค อายุประมาณ 18-19 ปี เพิ่งเช่ามาได้ประมาณ 3-4 เดือน ปกติก่อนที่เราจะนำช้างมาที่ปางเราต้องตรวจสอบประวัติของช้างก่อนซึ่งช้างเชือกนี้มันก็ไม่ได้มีประวัติอะไรเสียหาย แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยเราก็ไม่สามารถที่จะทราบได้
ช่วงที่เกิดเหตุช้างเชือกดังกล่าวได้เสร็จภารกิจควาญช้างกำลังนำช้างไปอาบน้ำและเข้าที่พักของช้าง แต่ระหว่างทางมีไก่ที่อยู่ในปางช้างตัวนึงบินขึ้นไปเกาะบนหัวของช้าง ทำให้ตกใจเตลิดออกมาจากปางช้างซึ่งเดินมาตามถนน เจออะไรขวางหน้าก็ปัดออกเพราะอารมณ์ยังไม่ดี ซึ่งช้างได้หนีขึ้นไปบนเขา ควานช้างตามไปพบซึ่งช้างได้ยืนสงบนิ่งไม่มีอาการดื้อหรือมีอาการไม่ปกติ ควาญช้างจึงนำช้างกลับมาที่ปางช้างได้อย่างปลอดภัย
ซึ่งปกติแล้วเราก็มีเซฟตี้ดูแลนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอยู่แล้ว เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ตนจึงต้องย้ายช้างออกไปจากปางช้างนี้ เพื่อให้เขาไปอยู่ในที่ที่มีอาหารเพียงพอส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม
ในส่วนของค่าเสียหายรถเอทีวีของอีกปางช้างหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กันตนพร้อมที่เยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย ตนในนามของผู้ดูแลปางช้างต้องขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยและตนต้องแก้ไขโดยการย้ายช้างดังกล่าวออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อความใจของนักท่องเที่ยวและคนในชุมชน