สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ" ประจำปี 2569 และครบรอบปีที่ 64 แห่งการก่อตั้งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค

View icon 130
วันที่ 23 ม.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.56 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ทรงเปิดงาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ" ประจำปี 2569 และครบรอบปีที่ 64 แห่งการก่อตั้งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ซึ่งปีนี้ อ.ส.ค. หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด "โคนมไทย จากวิกฤตสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity"

ในการนี้ พระราชทานโล่เกียรติคุณ แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านกิจการโคนมและอุตสาหกรรมนม 4 คน, พระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดโคนม 21 คน แล้วพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธา

งาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ" ประจำปี 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่ชาวไทย และมีนมกล่องแรกภายใต้ชื่อ นมไทย-เดนมาร์ค เป็นนมโคแท้ 100% ไม่ผสมนมผงไว้บริโภคอย่างพอเพียง รวมทั้งเพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ตลอดจนเป็นเวทีให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมโคนม ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคนมจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำอย่างครบวงจร มุ่งสู่ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพประชาชน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "โคนมไทยจากวิกฤตสู่โอกาส" นำเสนอความเป็นมา จากจุดเริ่มต้นความร่วมมือไทย-เดนมาร์ก เมื่อปี 2505 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค จังหวัดสระบุรี และนำไปสู่การจัดตั้ง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในปี 2514 เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกร พัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสร้างเสถียรภาพอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี ที่ผ่านมา อ.ส.ค. ร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานพันธมิตร ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบไทย โดยเฉพาะอาหารฟังก์ชัน และอาหารทางการแพทย์ (Medical Food) รองรับสังคมสูงวัย และผู้มีความต้องการโภชนาการเฉพาะ ซึ่งโครงการทดลองผลิตเชิงพาณิชย์สามารถผลิตได้กว่า 200,000 กล่อง มูลค่า 9.8 ล้านบาท และมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง สะท้อนศักยภาพการต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอนาคต

ส่วนด้านพันธุกรรม อ.ส.ค. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยฟลอริดา สหรัฐอเมริกา พัฒนาระบบ Genomic Evaluation เพื่อคัดเลือกโคนมคุณภาพสูง เพิ่มศักยภาพการผลิตในระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมมูลค่าสูง อาทิ ชีส Mozzarella จากน้ำนมโคไทย เพื่อลดการนำเข้า เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ด้านโภชนาการ อ.ส.ค. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พัฒนาอาหารโภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียนอายุ 6-12 ขวบ ตามมาตรฐานโภชนาการ พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พักฟื้น และกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมกับนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในฟาร์มโคนม อาทิ Smart Digital Farm, ระบบ AI, การจัดการอาหารโคแบบ TMR และแพลตฟอร์มข้อมูลดิจิทัล เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับฟาร์มโคนมไทยสู่มาตรฐานสากล นอกจากนี้ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา นำเสนอการขับเคลื่อนการยกระดับการผลิตโคนมไทยภายใต้แนวคิด "จากวิกฤตสู่โอกาส" มุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหาร ควบคู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมโคนม และเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการประกวดโคนม ครั้งที่ 41 โดยประเภทผลผลิตเยอะ อายุไม่เกิน 28 เดือน ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประเภทผลผลิตเยอะ ไม่จำกัดอายุ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมโค ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะได้สัมผัสกับบรรยากาศฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค เรียนรู้การเลี้ยงโคนมที่ถูกต้อง ซึ่งจะเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ

ข่าวอื่นในหมวด