วิกฤตฝุ่น PM2.5

View icon 52
วันที่ 24 ม.ค. 2569 | 05.01 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - สถานการณ์ฝุ่นพิษทั่วไทย หลายพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะชัยนาท ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทางจังหวัดเร่งแก้ปัญหา โดยตั้งด่านตรวจวัดควันดำบนถนนสายหลัก

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ช่วง 1-2 วัน มีค่าฝุ่นสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ โดยเฉพาะวันที่ 22 มกราคม ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้ 69.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ส่วนเมื่อวาน (23 ม.ค.) วัดได้ 43.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่อันดับ 8 ของประเทศ ซึ่งจัดอยู่ในระดับสีส้ม มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตั้งจุดตรวจวัดควันดำรถยนต์ บนถนนทางหลวงหมายเลข 340 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท เพราะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้เกิดมลพิษในอากาศ จากการตรวจสอบรถกระบะ และรถบรรทุกสิบล้อที่มีสภาพเก่า ส่วนใหญ่มีควันดำ แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน

นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท บอกว่า แม้จังหวัดชัยนาทจะมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงติดอันดับต้นของประเทศ แต่ยืนยันในพื้นที่แทบไม่มีการเผา โดยพบเพียงจุดเดียวที่อำเภอเนินขามเท่านั้น ขณะนี้จังหวัดได้ออกประกาศห้ามเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ป่าไม้ และพื้นที่ชุมชนแล้วถึง 2 ฉบับ ครอบคลุม 100 เปอร์เซ็นต์ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ส่วนสาเหตุของค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าส่วนใหญ่มาจากฝุ่นที่พัดลอยข้ามพื้นที่ จากจังหวัดนครสวรรค์ สระบุรี และลพบุรี

ขึ้นไปภาคเหนือ อย่างจังหวัดเชียงใหม่ มีคำเตือนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เฝ้าระวังช่วงปลายเดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป ค่าฝุ่น PM2.5 อาจจะเริ่มสะสมมากขึ้น อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพได้

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา การลดปริมาณฝุ่นละออง ทั้งในเชิงป้องกันและเชิงรุก เช่น การทำฝนหลวง

การรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกร ลดละเลิกการเผาตอซังข้าว ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และทำลายหน้าดิน โดยหันมาใช้วิธีไถกลบตอซังข้าว และการใช้โดรนบินโปรยเมล็ดปอเทืองลงสู่นาข้าว เพื่อช่วยย่อยสลายตอซังและฟางข้าว หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้เร็วขึ้น