วานนี้ (23 ม.ค. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีใหญ่กรุงเทพมหานคร ที่หน้าสยามพารากอน โดยช่วงหนึ่งได้มีการพูดถึงนโยบายใหม่ คือ นโยบาย “รวยทุกวัน 9 ล้าน 9 คน” คนละ 1 ล้านบาท 9 คน ต่อวัน ซึ่งเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะสร้างเศรษฐีเงินล้านทุกวันวันละ 9 คน
โดยผู้ได้รับสิทธิวันละ 9 คน จะแบ่งคนออกเป็น 5 กลุ่ม ซึ่ง 4 คนแรก มาจากคน 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก กลุ่มพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นฐานรากของประเทศ ซึ่งเกษตรกรไทยกว่า 1.7 ล้านครัวเรือน ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เกษตรกร การที่เราไม่มีข้อมูลของพี่น้องเกษตรกร ทําให้รัฐบาลไม่สามารถดูแลได้อย่างตรงจุด ขาดความสามารถที่จะปรับตัวให้เป็นเกษตรมูลค่าสูงในอนาคต และเพียงแค่พี่น้องเกษตรกร ลงทะเบียน ก็ได้ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านทุกวัน
กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่เสียสละเพื่องานสาธารณะประโยชน์ ทั้ง อสม.,อสส อาสากู้ภัย ทหารผ่านศึก และ ชรบ. เราจะสุ่มชื่อประกาศผู้โชคดีได้รางวัลเงินล้านทุกวัน
กลุ่มที่สาม คือ ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุในประเทศเรามีจํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันการใช้ชีวิตแต่ละท่านก็มีความยากลําบากขึ้นด้วยบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เราก็จะสุ่มชื่อประกาศผู้โชคดี ได้รับรางวัลเงินล้านทุกวัน
กลุ่มสุดท้าย คือ ประชาชนผู้ยื่นภาษี เพราะคือ ฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่านก็จะได้รับการสุ่มชื่อเพื่อลุ้นเงินล้านทุกวัน
ขณะที่อีก 5 คนที่ได้ลุ้นเงินล้าน มาจากประชาชนที่จับจ่ายใช้สอย จะได้โบนัสแห่งโอกาสสู่การเปลี่ยนชีวิต จากทุกการใช้จ่ายที่มีใบเสร็จ รัฐบาลจะสุ่มแจก จำนวน 5 คน คนละ 1 ล้านบาท ประกาศทุกวัน ไม่มีวันหยุดเช่นกัน โดยคนที่ถูกรางวัล จะเปลี่ยนชีวิตทันทีด้วยการแจ้งเตือนเพียงครั้งเดียว โอนเงินตรงเข้าบัญชีโดยไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก
ส่วนคนที่ไม่ถูกรางวัล จะไม่เสียอะไรเลย แต่ยังได้รับความสะดวกสบายจากระบบใบเสร็จดิจิทัล มีบันทึกการใช้จ่ายที่ตรวจสอบได้ สําคัญที่สุด ท่านมี "ความหวัง" รออยู่ในทุก ๆ วัน
ขณะที่ผู้ประกอบการ จะได้ยกระดับร้านค้าสู่มาตรฐานสากลด้วยระบบที่รัฐให้บริการฟรี ลดต้นทุน และมีลูกค้ามากขึ้น จากการสร้างแรงจูงใจของนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน”
ผลลัพธ์สุดท้ายที่ส่งไปถึงประชาชนคือ ระบบฐานข้อมุลขนาดใหญ่ ของแพงที่ไหนรัฐรู้ทันที แก้ไขตรงจุด สร้างความเจริญได้ถูกที่ไม่ต้องเดา
เปิดช่องทางทำมาหากินใหม่ ๆ เมื่อเรารู้ว่าย่านไหนร้านค้าขายดี รัฐบาลจะสามารถส่งเสริมได้ตรงจุด โดยนโยบายนี้ทำให้รัฐบาลใช้งบประมาณได้ถูกที่ถูกเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขยายถนน การจัดรถประจำทางก็จะทำได้แม่นยำขึ้น นี่คือการใช้ข้อมูลนำ ออกแบบนโยบายตรงตามความต้องการของประชาชน มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทย ให้เป็นประเทศแห่งข้อมูล ให้เราเป็นรัฐบาลดิจิตัลที่แท้จริง เพื่ออนาคตที่กินดีอยู่ดี และไม่มีใครถูกลืมไว้ข้างหลังอีกต่อไป
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายนี้หลายคนคงรอฟังว่า หนิมจะคุยอะไรกับหนู แต่หนูไม่อยู่ในสายตาหนิมอีกต่อไป วันนี้หนิม จะฝากถึงใครบางคนที่ยืนเกาะประตูรั้วทำเนียบแต่ไม่ได้เข้า เท้งเอ้ย เท้งฟังหนิมนะ หนิมจะบอกเท้งว่า เราสู้กับอนุรักษ์นิยมมายี่สิบปี แต่เท้งทำคว่ำทั้งกระดานเอา 14 ล้านเสียงไปใส่พานให้หนูเป็นนายกฯ นี่คือ การเอาเสียงประชาชนไปทิ้งน้ำ เท้งเอาเสียงประชาชนไปเล่นขายของ แล้วบอกว่า เป็นการทดลองที่ล้มเหลว
หนิมอยากถามเท้งว่า “ใครต้องจ่ายราคาสำหรับความล้มเหลวนั้น” เหตุการณ์ที่หาดใหญ่ การโยกย้ายข้าราชการ ซีเกมส์ การฮั้ว สว.เขากระโดง ประเทศไทย ไม่ใช่สนามเด็กเล่น เราไม่มีเวลาให้ใครเอาประเทศไปเป็นห้องทดลอง คนไทยไม่ใช่หนูทดลองของเท้ง หมดเวลาเล่นแล้ว เลือกเท้งได้หนูมาทดลอง เลือกเพื่อไทย ได้ยศชนันเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน