“ดร.สติธร” มองนโยบาย “สุ่มแจกเงินล้าน” ของเพื่อไทย เด่นด้านการสื่อสาร สร้างความหวังรายวันให้ประชาชน แต่ต้องพิจารณารอบด้านในระยาว ในการต่อยอดเชิงโครงสร้าง ความมั่นคง โอกาสเข้าถึงสิทธิ์ และความคุ้มค่าด้านงบประมาณ
วันนี้ (24 ม.ค.69) ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อนโยบายหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย กรณี “สุ่มแจกเงินล้าน” ว่า ถือเป็นนโยบายที่มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการสื่อสารทางการเมือง และสามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็เป็นนโยบายที่เปิดพื้นที่ให้สังคมได้ร่วมกันพิจารณาถึงผลในเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ดร.สติธร ระบุว่า แนวคิดการลุ้นเงินรางวัลวันละ 9 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ทั้งเกษตรกร ผู้ทำประโยชน์สาธารณะ ผู้สูงอายุ ผู้เสียภาษี และประชาชนที่ใช้จ่ายมีใบเสร็จ สามารถสร้างความหวังรายวันให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนในการเข้าร่วม ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมในระดับสูง
ในมุมของการออกแบบนโยบาย ดร.สติธร เห็นว่า มาตรการดังกล่าวใช้แรงจูงใจเชิงพฤติกรรมเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบของรัฐ ทั้งการขึ้นทะเบียน การอยู่ในระบบภาษี และการใช้กลไกเศรษฐกิจดิจิทัล หากระบบใบเสร็จดิจิทัลและฐานข้อมูลสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐจะมีข้อมูลสำคัญด้านราคาสินค้า ค่าครองชีพ และพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายดังกล่าวยังต้องพิจารณาควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชนในระยะยาว เพื่อไม่ให้ความคาดหวังของสังคมผูกอยู่กับโอกาสหรือโชคเพียงอย่างเดียว แต่ควรเชื่อมโยงกับสิทธิและหลักประกันที่ประชาชนพึงได้รับจากรัฐอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โอกาสในการเข้าถึงนโยบายอาจแตกต่างกันในทางปฏิบัติ โดยกลุ่มที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี หรืออยู่ในระบบอยู่แล้ว อาจสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายได้มากกว่า ขณะที่กลุ่มเปราะบางบางส่วนอาจยังเข้าถึงได้จำกัด ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐอาจต้องออกแบบกลไกเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ในด้านงบประมาณ ดร.สติธร ระบุว่า การใช้งบประมาณในระดับมากกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท อาจบริหารจัดการได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาว รัฐจำเป็นต้องสื่อสารให้เห็นถึงความคุ้มค่า และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและความยอมรับจากสังคม
ท้ายที่สุด ดร.สติธร เห็นว่า การประเมินความสำเร็จของนโยบาย สุ่มแจกเงินล้านควรพิจารณามากกว่าจำนวนผู้ที่ได้รับรางวัล แต่ควรมองถึงความสามารถของรัฐในการนำข้อมูลและระบบที่เกิดขึ้น ไปต่อยอดสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประชาชนในระยะยาว ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จของนโยบายในภาพรวม