สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังจาก "เพื่อไทย" เปิดนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน แจกคนละ 1 ล้านต่อวัน หลายคนต่างรุมสับยับ แจกแบบน่าเกลียด ไร้ยางอาย
นโยบายนี้ เริ่มจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศในเวทีปราศรัยใหญ่ กรุงเทพมหานคร ที่หน้าสยามพารากอน กับการสร้างเศรษฐีเงินล้าน ทุกวัน ๆ ละ 9 คน
รายละเอียดของนโยบาย คือ ผู้ได้รับสิทธิสุ่มเงินล้าน วันละ 9 คน มี 5 กลุ่ม 4 คนแรก มาจากคน 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก พี่น้องเกษตรกรไทย ที่ขึ้นทะเบียน
กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มอาสาสมัครที่ทำงานเพื่อสังคมที่ขึ้นทะเบียน
กลุ่มที่ 3 คือ ผู้สูงอายุ
และกลุ่มที่ 4 ผู้ยื่นแบบภาษีทุกคน ซึ่ง 4 กลุ่มนี้ จะใช้วิธีสุ่มจากเลขบัตรประชาชน
ส่วนอีก 5 คนที่ได้ลุ้นเงินล้าน มาจากประชาชนที่จับจ่ายใช้สอย รัฐบาลสุ่มแจก 5 คน คนละ 1 ล้านบาท โดยจะใช้วิธีสุ่มจากเลขใบเสร็จ
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยจังหวัดร้อยเอ็ด ย้ำอีกว่า
สำหรับสายช้อป 5 คน ขอแค่มีใบเสร็จอย่างเดียว จะได้ลุ้นคนละล้าน ออกทุกวันไม่มีเว้นวันหยุด และอาจมีบางคนที่ได้ 2 เด้ง 2 ล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า
อุตส่าห์ตั้งใจรอดูว่า จะเปิดตัวนโยบายอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่สุดท้าย คือ การเอาเงินภาษีมาแจกอีกเช่นเคย และแจกแบบน่าเกลียดมาก เอาเงินภาษีมาแจกแบบไม่มียางอาย ไร้เป้าหมายทางเศรษฐกิจหรือสังคม
นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว วิธีการสุ่มเลือกจากกลุ่มต่างๆ ก็ขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิง สุดท้ายจะไม่แปลกใจว่า ผู้ได้รับเงินจะเป็นหัวคะแนน หรือ พรรคพวกของเพื่อไทย
ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ระบุว่า อย่าติดกับดักแห่งการสร้างฝันของนักการเมือง นโยบายแบบนี้ ฮือฮาด้วยตัวเลขใหญ่โต แต่ซ่อนเร้นด้วยโอกาสเท่าฝุ่นผง เพราะความน่าจะเป็น 1 ปี จะมีคนไทย 1 คน ใน 15,000 คนเท่านั้นที่ได้ และ ต้องใช้เวลา 15,000 ปี กว่าที่ทุกคนจะได้ หรือ ต้องรอประมาณเกือบ 200 ชั่วคน
หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทำให้นายยศชนัน ออกมาชี้แจงว่า ทางพรรค ศึกษามาเป็นอย่างดีแล้ว ยืนยันว่า ทำได้จริง และไม่ติดขัดในข้อกฎหมาย ซึ่งจะส่งเรื่องนี้ให้กับ กกต. ต่อไป
เฟซบุ๊กของนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นโยบายนี้ กำลังถูกเข้าใจผิดว่า เป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความจริง คือ “การหาเงินให้รัฐ”
เป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ เพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี
หากไทยดึงเม็ดเงินภาษีเข้าระบบได้เพิ่มขึ้นเพียง 10% กว่า ๆ จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มถึงปีละ 1 แสนล้านบาท ในขณะที่ใช้งบประมาณจัดทำรางวัลเพียงปีละ 3,285 ล้านบาทเท่านั้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปัจจุบันที่มีมูลค่า 8-9 แสนล้านบาทต่อปี