สาวขวัญผวา ถูกชายคลุมโม่ง ขี่รถ จยย. ตามบีบก้น ขณะวิ่งออกกำลังกายสวนสาธารณะกลางเมืองพัทยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา น.ส.ปิง (นามสมมุติ) ชาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งประกอบอาชีพเอเยนซี่อสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยา หลังตกเป็นเหยื่อชายโรคจิตลวนลาม โดยผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบและใช้มือบีบก้น ก่อนเร่งเครื่องรถหลบหนี เหตุเกิดขณะออกกำลังกายวิ่งในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ บนเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
น.ส.ปิง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตั้งใจมาวิ่งออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะให้ครบระยะทาง 10 กิโลเมตร เพื่อเก็บสถิติส่วนตัว กระทั่งเมื่อวิ่งเข้าสู่รอบที่ 5-6 บริเวณช่วงทางขึ้นเนินเขาสุดท้าย ได้มีชายสวมชุดสีดำ คลุมโม่งสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น PCX ตามหลังมา ก่อนจะฉวยโอกาสใช้มือบีบและบิดบริเวณก้นด้านขวา จากนั้นเร่งเครื่องรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุ มีตำรวจที่มาออกกำลังกายอยู่ในบริเวณดังกล่าว วิ่งตามหลังมาพยายามหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อถ่ายภาพลักษณะของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพได้ทัน ก่อนจะแนะนำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา โดยผู้เสียหายยอมรับว่า รู้สึกตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นกลางพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก
จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทราบว่าสวนสาธารณะดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ 2 จุด และตามระเบียบจะอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ดูแลสวนหรือผู้ปฏิบัติงานด้านตัดแต่งต้นไม้เท่านั้นที่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปได้ ส่วนกรณีกล้องวงจรปิด ผู้เสียหายระบุว่าจะประสานขอตรวจสอบภาพจากเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง ถึงขั้นต้องขอลางานเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ เนื่องจากไม่เคยประสบเหตุลักษณะนี้มาก่อนในชีวิต
น.ส.ปิง กล่าวเพิ่มเติมว่า สวนสาธารณะแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ออกกำลังกายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมาใช้งาน มีบรรยากาศร่มรื่น รายล้อมด้วยภูเขา และสามารถมองเห็นวิวทะเล จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงมาตรการดูแลที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ถือเป็นภาพลักษณ์และหน้าเป็นตาของเมืองพัทยา ซึ่งได้รับการชื่นชมจากนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ทั้งนี้ ผู้เสียหายฝากถึงผู้ก่อเหตุ ขอให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว และไม่ไปกระทำกับผู้อื่นอีก พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว