เอกนิติ นำทัพเดินตลาดสามย่าน หาเสียงช่วย “ส้ม-พัชรินทร์” ซัดนโยบายประชานิยม ได้เสียงประชาชน แต่ไม่มีความรับผิดชอบ โว ภท. ชูแต่นโยบายที่ทำได้จริง ใช้เงินน้อย งบประมาณคือเงินภาษี ต้องใช้ให้คุ้มค่า
วันนี้ (25ม.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะทีมเศรษฐกิจ พร้อมด้วยแกนนำพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รวมทั้งกลุ่ม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก นายอนุชา บูรพชัยศรี และนางสาวศศิธร กิตติธรกุล ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย
ทันทีที่ นายเอกนิติ มาถึงตลาดสามย่าน ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยเรื่องหลักที่ประชาชนได้เรียกร้องคือ นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่ต้องการให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมสอบถามด้วยว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง โครงการคนละครึ่งพลัสจะเดินหน้าต่อหรือไม่ พร้อมบอกนายเอกนิติ ว่า รัฐบาลยังติดเงินประชาชนอยู่ 2,400 บาท
นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายช่วงโค้งสุดท้าย ว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย คิดมาค่อนข้างรอบคอบ และไม่ได้ช่วยแค่คนในเมืองหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุในโครงการสูงวัยพลัส ที่จะทำให้กลุ่มคนเกษียณอายุได้มีทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อเข้าสู่โลกการขายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการเพิ่มทักษะการขายของ ขายออนไลน์
นอกจากนี้ ยังมีโครงการชุมชนพลัสที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีความคึกคัก โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพในกรุงเทพ เพื่อให้ลูกหลานได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว
“นโยบายประชานิยมอาจจะได้เสียงของประชาชน แต่ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ทำได้ คิดถึงความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ โดยพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่เสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด เน้นการเพิ่มทักษะ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ และทำให้คนไทยเก่งขึ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง และนอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่น ๆ ทั้งดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศซึ่งจะทำให้เงินสะพัดในเมืองไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศแข่งขันได้ในระดับโลก” นายเอกนิติ ระบุ
ส่วนการออกนโยบายประชานิยมในช่วงโค้งสุดท้ายจะทำให้ชนะใจประชาชนได้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เสียงตอบรับของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา จากประสิทธิภาพการทำนโยบายค่อนข้างชัดเจนมาก ตรงกลุ่มเป้าหมาย และตรงใจกับพ่อค้าแม่ค้า ตนเชื่อว่านโยบายนี้ จะเป็นการตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าได้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่ได้ตอบรับมาคือชอบนโยบายนี้และอยากให้กลับมาอีก
ส่วนการใช้เงินงบประมาณ 3,200 ล้านบาท กับ 1 นโยบายคุ้มค่าหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในหนึ่งนโยบายมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ของพรรคอื่นตนไม่อยากจะไปออกความเห็น แต่ของภูมิใจไทยเราคิดถึงความคุ้มค่า เพราะงบประมาณคือเงินภาษีของประชาชนดังนั้นเราต้องใช้ให้คุ้มค่า และให้เกิดประโยชน์ ฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน