ผัวโหดใช้ด้ามไม้กวาดทางมะพร้าวตีหัวเมียจนตาย อ้างเพื่อนบอกเมียเคยโดนข่มขืน แต่ไม่ยอมบอก ลูกชาย 4 ขวบเห็นกับตา เล่าให้ ตร.ฟัง สืบไปสืบมา หลักฐานมัดตัวชัด
วันนี้ (25 ม.ค.69) กรณีนางกันทิมาอายุ 48 ปี ชาวอุดรธานี โดนทุบหัวฆ่าในหมู่บ้านร้างกลางเมืองอุดรธานี ขณะที่นายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 52 ปี สามีผู้ตายพาลูกชาย 4 ขวบไปซื้อกับข้าว กลับมาจึงพบศพ และเชื่อว่ากลุ่มพวกเสพยาบ้า ฆ่าเมียปิดปาก แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากมีอาการมึนเมาสุราและให้การวกไปวนมา จึงควบคุมตัวไว้ สอบถามลูกชายเห็นและเล่าว่าพ่อใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวตีแม่
ส่วนแม่ผู้ตายเชื่อว่าลูกสาวโดนสามีฆ่าตาย เพราะโดนสามีทำร้ายร่างกายประจำ ถึงขั้นเลือดคลั่งในสมอง ผ่าตัดเอากะโหลกด้านหลังออก ยังไม่หายดีก็และมาโดนตีซ้ำที่เดิมจนตาย เหตุเกิดคืนวันที่ 23 มกราคม 2568
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 25 มกราคม 2569 ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท. ดิษฐวัฒน์ ถาวรสินพงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับนายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 52 ปี ชาว ต.นาไหม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 35 /2569 ลงวันที่ 24 มกราคม 2569 โดยกล่าวหา “มิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” เพราะมีพยานบุคคล พยานแวดล้อม และอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ โดยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ควบคุมตัวนายณรงฤทธิ์ ออกมาสอบสวนสาเหตุการทำร้ายร่างกายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งนายณรงค์ฤทธิ์ ให้การรับสารภาพว่า ช่วงหัวค่ำขณะที่กำลังจะกินข้าว ตนมีปากเสียงทะเลาะกับผู้ตาย เรื่องเพื่อนมาพูดให้ตนฟังว่า เห็นผู้ตายโดนข่มขืน ตนจึงมาสอบถามผู้ตายว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ผู้ตายไม่ยอมตอบและมีท่าทีอ้ำอึ้ง ดูแล้วน่าจะใช่และเชื่อเพื่อน ทำให้ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และผู้ตายก็ชอบไปนอนไม่เลือกที่ ทำให้ตนโมโหจนบันดาลโทสะ คว้าไม้กวาดทางมะพร้าวตีหัวผู้ตายประมาณ 10 กว่าครั้ง ต่อหน้าลูกชาย จนผู้ตายแน่นิ่ง ซึ่งตอนนั้นมืดแล้ว และเทียนไขหมด จึงไม่มีแสงสว่าง เสร็จแล้วตนพาลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อเทียนและเหล้า กลับมาก็พบว่าเมียไม่ฟื้น จึงปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่ฟื้นแล้ว แน่ใจว่าเสียชีวิต จึงออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี โทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่พอกู้ภัยมาก็พบว่าผู้ตายโดนถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และแจ้งตำรวจ ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเมียจนเสียชีวิต ตนตกใจและกลัวความผิดจะติดคุก จึงโกหกไปว่าพวกเสพยาเข้ามาฆ่าเมีย และปฎิเสธเสียงแข็ง ตนยอมรับว่าทะเลาะและเคยทำร้ายร่างกายประจำ แต่พอตำรวจบอกลูกชายเล่าเหตุกาณ์และพาไปชี้ไม้กวาดทางมะพร้าวที่ใช้ตีเมียจนตาย ตนจึงตัดสินใจได้รับสารภาพว่าเป็นคนทำร้ายร่างกายเมียจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาฆ่าให้ตายแต่อย่างใด และสำนึกผิดว่าเป็นคนทำให้เมียตาย
ต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัวนายณรงค์ฤทธิ์ ไปที่จุดเกิดเหตุหมู่บ้านร้าง ซึ่งพอไปถึงนายณรงค์ฤทธิ์ได้ไหว้ขอขมาบริเวณที่นางกันทิมานอนเสียชีวิต พร้อมกับร้องไห้ขอโทษด้วยความเสียใจว่า ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายจนให้เสียชีวิตเพราะถึงอย่างไรก็รักเมีย จากนั้นได้ทำแผนประกอับคำรับสารภาพ โดยใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวตีเมียหลายครั้ง ก่อนโยนไม้กวาดทิ้งลงหน้าต่าง ตามที่ลูกชายวัย 4 ขวบเล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟัง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เสร็จแล้วควบคุมตัวไปดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป