ชาวบ้านควักกระเป๋า จ่ายซ่อมบ้าน รอเงินรัฐไม่ไหว

View icon 105
วันที่ 25 ม.ค. 2569 | 16.17 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - แม้เหตุปะทะไทย-กัมพูชา จะสงบลงชั่วคราวนานนับเดือน แต่หลายครอบครัวใน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านจากรัฐบาล เจ้าของบ้านต้องควักเงินซ่อมแซมเอง

นี่เป็นสภาพบ้านของนางอารีย์ ภูมิพัทวรโชติ ตั้งอยู่ใน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ถูกลูกระเบิด BM-21 ตกใส่ ทำให้หลังคาบ้าน ฝ้าเพดาน ผนัง และทรัพย์สินต่าง ๆ เสียหาย แต่ผ่านมา 1 เดือน ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านจากรัฐบาล ทำให้ต้องยอมควักกระเป๋าเงินตัวเอง สำรองเป็นค่าซ่อมแซมไปก่อน

นางอารีย์ บอกว่า จ่ายเงินไปแล้วกว่า 2 แสนบาท จากราคาประเมิน 4 แสนบาท ซึ่งไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินเยียวยาเพียงพอกับที่สำรองออกไปหรือไม่ ขณะที่ปัจจุบันได้รับเงินจากมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง 12,000 บาท เท่านั้น ซึ่งเป็นเงินก้อนแรกที่ได้รับ

บ้านอีกหลังหนึ่ง ที่ได้รับความเสียหายไม่แพ้กัน คือ บ้านของนายธงกุล รักษาและนางนกแก้ว พลไฟฟ้า สองสามีภรรยา ถูกลูกระเบิดปืน ค.ตกใส่ ทำให้อุปกรณ์ทำมาหากิน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ 1 คัน ปั๊มน้ำ ตู้เชื่อมไฟฟ้า อุปกรณ์สำหรับทำอาชีพก่อสร้าง และเดินสายไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 5-6 หมื่นบาท ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เเละที่น่าหดหู่ใจ คือ สุนัขตายอีก 1 ตัว จึงหวังให้รัฐเยียวยาตามจริง

ด้านปลัด อบต.โนนหมากมุ่น รักษาราชการแทน นายก อบต.โนนหมากมุ่น ชี้แจงขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาว่า ในส่วนของกรณีการซ่อมแซมบ้าน ขณะนี้ นายช่าง อบต. ร่วมกับโยธาธิการอำเภอ และ ปภ.จังหวัด เข้าสำรวจข้อมูลและประเมินราคาทั้งหมด พร้อมแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบว่าจะได้เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่บ้านที่เสียหายไม่ถึง 30%, เสียหาย 30-70% และเข้าข่ายเสียหายทั้งหลัง 70-100%

นอกจากนั้น อบต.โนนหมากมุ่น ดำเนินการที่ผ่านมาแล้ว 2 กรณี คือ กรณีแรกขอรับเป็นเงินสด เพื่อซ่อมเอง และกรณีที่สอง ไม่ขอรับเงินสด แต่ให้รัฐซ่อมแซมให้ ซึ่งมี 2 คน ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ช่วยซ่อมแซมให้แล้ว โดยไปเอาวัสดุจากร้านค้ามาทำก่อน

ส่วนเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้าน ยอมรับว่า ตอนนี้ยังไม่มีคนใดได้รับเงิน เพราะอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งทาง ปภ.จังหวัด จะเป็นผู้ดำเนินการในการเบิกจ่ายต่อไป

ขณะที่ ปภ.จังหวัดสระแก้ว ระบุตั้งแต่วันอังคารที่ 27 มกราคม 2569 จะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายและซ่อมแซมบ้าน สำหรับในส่วนยอดที่อำเภอดำเนินการได้ตามระเบียบ ไม่เกิน 49,000 บาท ก้อนแรก ส่วนยอดเงินส่วนที่เหลือ จะต้องเสนอเรื่องเข้ากองทุนเพื่อขอรับการเยียวยาเต็มความเสียหาย และทยอยจ่ายเงินเพิ่มเติม ซึ่งเพดานสูงสุดรวมไม่เกิน 230,000 บาท

ไม่ต่างอะไรกับชาวบ้านใน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใด ๆ อย่างบ้านของนางสาวจริยา อินทรจิต เสียหายเกือบทั้งหลัง จากสะเก็ดระเบิดลูกกระสุนปืนใหญ่ฝั่งกัมพูชา ทำให้ตอนนี้ต้องพาครอบครัวอาศัยนอนในห้องครัวไปก่อน เพราะทั้งบ้านเหลือให้อยู่ได้แค่ห้องครัว โชคดีช่วงนี้ไม่มีฝนตก หากมีแค่ฝนก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้ามีลมด้วย คงอยู่ไม่ได้ อยากให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ช่วยเร่งมอบเงินช่วยเหลือให้เร็วขึ้น ซึ่งทราบว่าอยู่ในขั้นตอนเดินเอกสารจาก อบต.ส่งไปยังอำเภอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง