ยังไม่วางใจ ! แต่ไม่อยากให้มองทหารเขมร ก่อกวนตามแนวหน้า เป็นการส่งสัญญาณสู้รบรอบที่ 3 มองการเสริมบังเกอร์ - ประชิดชายแดน เป็นเรื่องปกติ ระบุ ข่าวส่งสัญญาณเจรจาผ่าน พล.อ. เตีย บัญ ต้องดูรายละเอียด ชี้พฤติกรรมจะเป็นตัวตัดสิน
วันนี้ ( 26 ม.ค.69 ) พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามหลักการแล้ว หลักการสู้รบเราจะระงับความสัมพันธ์ทางการทหารไปก่อนใช่หรือไม่ เช่น ความช่วยเหลือด้านการทหาร ความร่วมมือต่าง ๆ ว่า เวลายังไม่เหมาะสม เอาไว้เหมาะสมแล้วค่อยว่ากันใหม่ ก็เข้าใจได้ว่าช่วงนี้เป็นแบบนี้ พักกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าพักแล้วพักยาว พักนาน มันก็อยู่ที่ท่าทีและพฤติกรรม ถ้าคุยกันดีมีเจตนาจริงใจ และมีความร่วมมือแก้ไขปัญหา เดี๋ยวมันก็จะดีเอง อยู่ที่การตบมือ ต้องตบมือสองฝั่ง ส่วนพฤติกรรมตอนนี้ยังไม่โอเคใช่หรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ดีขึ้น แต่ยังต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเร็ว
ขณะเดียวกันเหมือนว่ามีคลิปทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุก่อกวน แนวหน้าไทยมากขึ้น หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณรอบที่ 3 ใช่หรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ขออย่าไปมองแบบนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์หลังจากหยุดยิง เราเริ่มมีการวางกำลัง และต้องวางระบบเครื่องกีดขวางในการป้องกันตนเอง ต่างฝ่ายต่างทำ เมื่อเริ่มนิ่ง เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้น เริ่มเข้ามาใกล้ มาดู มาศึกษา มาตรวจสอบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของการพัฒนาระดับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทหารหน้าแนว แต่ในขณะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใคร ทำพฤติกรรมใด ๆ ไปยั่วยุ หรือทำให้มันเกิดโมโหและตกใจ ขออย่าให้โมโหและอย่าตกใจ ถือว่าใช้ได้
ส่วนที่มีการเสริมบังเกอร์ พลเอก อุกฤษฎ์ เผยว่า ทุกคนก็ทำ เราก็ทำ เขาก็ทำ สำหรับข่าวปลอม เฟกนิวส์ การบิดเบือนข้อมูล ได้มีการกำชับ อะไรหรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ ยอมรับว่าคุยกันทั้งในทีมแถลงข่าว และทุกส่วน ขณะนี้มิติด้านความสัมพันธ์ การทูต ข่าวสาร ทหาร และเศรษฐกิจ เราเดินไปพร้อม ๆ กัน หลังจากนี้เตรียมการไว้แล้ว โดยมีการพูดคุยหารือในระดับกองทัพไทย ทุกหน่วยงาน ว่าเราจะทำข้อเสนออะไรอย่างไรในอนาคต ช่วงนี้ดูสถานการณ์ และรักษาระดับไว้ก่อน แต่อยู่บนพื้นฐาน เราพร้อมทุกกรณี
กรณี พล.อ. เตีย บัญ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ประสานมายังฝั่งไทยขอเจรจา เพราะกัมพูชาอยากจะยุติสงบศึก เป็นกระแสข่าวจริงหรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดและท่าที นอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจาเป็นข้อความมาแล้ว ที่สำคัญ ต้องดูพฤติกรรมและพฤติการณ์ ซึ่งต้องประเมินทุกอย่างในองค์รวมถึงจะสรุปได้ว่าเราควรจะเชื่ออย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นสมมติฐาน ไม่สามารถเข้าไปดูได้จริงว่าเป็นอย่างไร ต้องดูจากทุกอย่างและประมวล พร้อมตั้งสมมติฐาน หากตั้งสมมติฐานถูก ก็เตรียมการถูก หากตั้งสมมติฐานผิด ก็ต้องแก้ไข เราจึงต้องเตรียมไว้ทุกกรณี
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าทหารกัมพูชา ปรับกำลังประชิดชายแดน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นั้น พลเอก อุกฤษฎ์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่มองว่าเป็นการปรับกำลัง มองว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากเขาเห็นสภาพการวางกำลังของฝ่ายไทย เขาก็จะเริ่มค่อย ๆ พัฒนาการปฏิบัติการทางทหารในแนวหน้ามากขึ้น เหมือนปรับสภาพให้สอดรับกับการวางกำลัง เขาเห็นว่าเรายังไง เขาก็เข้ามาดู มาปรับ