รวบมือฆ่าหนีคดี 4 ปี ถูกตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท สุดท้ายจนมุมในวงพนันไฮโล ยังมิวายอ้างชื่อปลอม หวังตบตาเจ้าหน้าที่
วันนี้ ( 26 ม.ค.69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายดุรงค์ หรือกูล อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 409/2563 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ถูกจับกุมได้ริมถนนสาธารณะ หน้าศาลจังหวัดเลย อ.เมืองเลย จ.เลย
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 นายดุรงค์ ใช้อาวุธมีดเชือดหมูแทงนายวงศ์ เสียชีวิต ขณะนั่งคร่อมรถจักรยานอยู่หน้าบ้านพัก ในพื้นที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิดจากนายดุรงค์ ชวนดื่มเบียร์ในบ้าน แต่นายวงศ์ ปฏิเสธพร้อมบอกว่า "กินหน้าบ้านดีกว่า เดี๋ยวจะพูดขัดคอกันอีก" หลังถูกแทงนายวงศ์ พยายามขี่รถหนีก่อนจะล้มลงเสียชีวิต ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป โดยทิ้งอาวุธมีดไว้ในที่เกิดเหตุ ตำรวจรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปนานกว่า 4 ปี กระทั่งถูกตั้งรางวัลนำจับในประกาศสืบจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลำดับที่ 225 มีรางวัลนำจับมูลค่า 100,000 บาท และเป็นบุคคลที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. กำลังสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ตำรวจ สภ.นาด้วง จ.เลย ได้เข้าจับกุมวงพนันไฮโลในพื้นที่ และควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 9 คน 1 ในนั้น คือชายวัยกลางคน ซึ่งไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน และอ้างว่า ชื่อนายอาคม ดิลก ณ ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเกิดความสงสัย เพราะตรวจสอบในระบบแล้วไม่พบข้อมูล จึงประสานมายัง กองกำกับการ 6 บก.ป. เพื่อใช้ระบบฐานข้อมูล Big Data ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ภายหลังสืบค้นพบว่าชายคนดังกล่าว แท้จริงคือ นายดุรงค์ หรือกูล ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่กำลังหลบหนี
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้เคยกระทำความผิดอาญา “ตัวการในข้อหามี อาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยมิได้อนุญาต (ครอบครองปืนไม่มีทะเบียน)”ด้วย ประกอบกับข้อมูลว่าผู้ต้องหารายนี้เคยเป็นมือปืน ให้อดีตนักการเมืองคนหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ จึงถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการตัว ตำรวจจึงได้จับกุม พร้อมแจ้งข้อหา ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะท้อน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยหลังก่อเหตุได้ตระเวนหลบหนีไปตามจังหวัดต่าง ๆ และพยายามปกปิดตัวตนด้วยการใช้ชื่อปลอม มาโดยตลอด จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ขณะร่วมเล่นการพนัน