สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดระยอง

View icon 509
วันที่ 26 ม.ค. 2569 | 19.43 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.55 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสำนักวิชาเกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าของสำนักวิชาเกษตรนวัตฯ โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ร่วมสนองพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2562 ปัจจุบันสามารถพัฒนาที่ดิน 154 ไร่ ที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อการเรียนรู้ มีกรมชลประทาน ช่วยสร้างแบบจำลองอาคารชลประทาน เป็นสื่อเรียนรู้เรื่องระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นขั้นตอน แสดงความสูงต่ำของพื้นที่ ออกแบบคันคูน้ำ และฝายชนิดต่าง ๆ เพื่อรวมน้ำฝนให้ไหลลงสู่สระน้ำภายในพื้นที่ และส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาใช้ประโยชน์ ช่วยให้นักเรียนและนักศึกษา เห็นภาพการจัดการน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เข้าใจความเชื่อมโยงของระบบชลประทาน และตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สำนักวิชาเกษตรนวัตฯ ยังนำระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะ DOA Precision - IR : Durian มาใช้ในแปลงฝึกปฏิบัติ เป็นระบบให้น้ำอัตโนมัติ ช่วยคำนวณปริมาณและช่วงเวลาการให้น้ำทุเรียนอย่างเหมาะสม คำนึงถึงสภาพอากาศจริง ปริมาณฝน และคุณสมบัติดิน เพื่อใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ใช้เทคโนโลยี AI และอัลกอริทึมช่วยประมวลผลข้อมูล สั่งเปิด-ปิดน้ำอัตโนมัติตามความต้องการของพืช เป็นการปลูกทุเรียนแบบ Low Carbon ให้นักเรียนและนักศึกษาได้เรียนรู้การปลูกพืชแบบลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนทางการเกษตร และเป็นต้นแบบเกษตรสมัยใหม่ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ส่วนสวนสมรม ปีที่ผ่านมามีกิจกรรมสำคัญ อาทิ ขยายพันธุ์พืชจำพวกไม้ล่าง ด้วยการแยกเหง้าและหน่อ ปลูกใต้ต้นยางพาราและริมถนนเพื่อปรับภูมิทัศน์ อาทิ ข่า, ดาหลา, เฮลิโกเนีย, และมหาหงส์ ทดลองเพาะเห็ดป่าที่อาศัยอยู่กับรากของต้นไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่าป่า ได้แก่ เห็ดระโงก เห็ดตับเต่า เห็ดเผาะ เห็ดผึ้ง เห็ดก่อ และเห็ดตะไก จากการศึกษาการอยู่รอดของเส้นใยและการเกิดดอก พบว่า เห็ดตับเต่ามีพัฒนาการดี, การเลี้ยงผึ้งชันโรง พบว่าประชากรผึ้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วยผสมเกสรของพืชท้องถิ่นและพืชเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่สวนสมรม มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์, ด้านการศึกษาศักยภาพของพืชที่เป็นผลผลิตจากสวนสมรมเพื่อใช้ประโยชน์ และเพิ่มมูลค่า เช่น ข่า เร่วดง และดะบก ใช้บริโภค, ฟ้าทะลายโจร ใช้ผลิตน้ำหมักชีวภาพ ไล่แมลงศัตรูพืช เป็นการทำเกษตรแบบหมุนเวียน ลดของเสีย และมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรย้อมสีผ้า และกลุ่มสตรีระยอง เข้าศึกษาและเก็บตัวอย่างใบไม้ท้องถิ่นไปพิมพ์ลายบนผ้า ด้านการเรียนรู้เชิงบูรณาการ "เกษตรนวัตเชื่อมโยงชุมชน" ส่งเสริมให้นักเรียน ปวช. ชั้นปีที่ 3 และนักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ 1 เรียนรู้ภูมิปัญญาจากปราชญ์ท้องถิ่น คิดหาแนวทางนำวัตถุดิบที่มีมากและขึ้นชื่อไปต่อยอดสร้างมูลค่า เช่น ขนมจีนน้ำยากระบก หมี่ผัดเกษตรนวัตซอสกระบก ซึ่งลูกกระบก ให้ไขมันดีและพลังงานสูง และนำน้ำปลาของดีเมืองระยอง ทำเป็นส่วนผสมของโปเดอแครมคาราเมล หรือขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือรายงานผลการดำเนินงาน ภายใต้บันทึกข้อตกลงทางวิชาการ กับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ฉบับที่ 2 ปี 2568 - 2571 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมหลายด้าน อาทิ การฟื้นฟูป่าไม้และระบบนิเวศ เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในศูนย์เรียนรู้เกษตรนวัต, การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญระหว่างองค์กร และมีแผนร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนงานด้านวิชาการ ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ และชุมชนโดยรอบ ครอบคลุมมิติด้านการเกษตร ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนของพื้นที่

สำนักวิชาเกษตรนวัตฯ มุ่งพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ ด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้สมัยใหม่ มุ่งผลิตนวัตกรเกษตร หรือเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ที่มีความรู้ด้านการเกษตร ควบคู่ทักษะด้านเทคโนโลยี เครื่องจักรกล ระบบดิจิทัล รวมถึงทักษะการสื่อสารและการบริหารจัดการ ปัจจุบันเปิดสอน 3 หลักสูตร ได้แก่ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และปริญญาตรี มีนักเรียนและนักศึกษา รวม 52 คน

ในปีที่ผ่านมา มีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมสนับสนุนการดำเนิน อาทิ สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำรวจการฟื้นฟูระบบนิเวศ พบว่า มีต้นไม้พื้นที่สีเขียว 270 ไร่ ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถผลิตคาร์บอนเครดิต กว่า 5,600 ตันคาร์บอน "คาร์บอนเครดิต" หรือ สิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม โดย 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ มีค่าเท่ากับ 1 เครดิตคาร์บอน สามารถนำไปซื้อ-ขาย เพื่อชดเชยการปล่อยมลพิษขององค์กร, สำนักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน และสำนักงาน กปร. จัดทำแบบจำลองอาคารชลประทาน เป็นสื่อการเรียนรู้ ตามที่พระราชทานพระราชดำริ, กรมพัฒนาที่ดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพดิน โดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปลูกปอเทือง และหญ้าแฝก, กรมวิชาการเกษตร ทำโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางพารา คาดว่าจะผลิตคาร์บอนเครดิต ได้ปีละ 147 ตันคาร์บอน และจัดทำแปลงไม้ผล 23 ไร่ ปลูกทุเรียน ขนุน เงาะกาแฟโรบัสต้า ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ, กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมเทคโนโลยีการเลี้ยงชันโรง และผึ้งโพรงไทย ตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบัน ได้ขยายจาก 10 รังสู่ 52 รัง สามารถช่วยผสมเกสร เพิ่มผลิตทางการเกษตร สร้างความหลากหลายทางธรรมชาติ โดยการจัดการศึกษาการวิจัยและบริการวิชาการของสำนักวิชาเกษตรนวัตฯ ได้รับการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาของหลักสูตรระดับปริญญาตรี ตามเกณฑ์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาท เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน โดยทรงกล่าวถึงการเป็นคนช่างสนใจ ช่างสังเกตว่ามีอะไรใหม่ ๆ เพื่อจะได้นำความรู้ไปปรับใช้ หรือทำอะไรเพิ่มเติมที่ครอบครัวทำไว้

สำนักวิชาเกษตรนวัตฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ บูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เป็นการศึกษาตามแนวพระราชดำริ "เรียนคู่งาน งานคู่เรียน" ที่ได้พระราชทานไว้ สร้างเกษตรกรยุคใหม่ที่รอบรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เวลา 14.10 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ แห่งแรกของประเทศไทย ณ พื้นที่วังจันทร์ วัลเลย์ ดำเนินงานโดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นศูนย์ทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไร้คนขับตามมาตรฐานสากล Advanced Driver Assistance System หรือ ADAS EU NCAP, ส่งเสริมการวิจัยพัฒนา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม สถาบันอุดมศึกษา รวมถึงภาครัฐ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ

เทคโนโลยียานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงระบบคมนาคมของโลก ทั้งด้านความปลอดภัย การเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และการยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคาร Workshop Station จุดที่ 1 แสดงแบบจำลองภาพรวมของสนามทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ สร้างขึ้นบนพื้นที่ 26 ไร่ โดยปรับระดับพื้นที่และสร้างพื้นผิวทดสอบตามข้อกำหนด การขับขี่และทดสอบความปลอดภัยยานยนต์ในระดับสากล

ที่ Workshop Station จุดที่ 2 ทอดพระเนตรเครื่องมือองค์ประกอบสำคัญ และภาพรวมของศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่ออัตโนมัติ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือระดับ 1-2-3 ต้องมีผู้ขับขี่ควบคุมร่วมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ Advanced Driver Assistance System หรือ ADAS ระดับ 4-5 สามารถขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ หรือ Autonomous Driving หรือ AD

ซึ่งสามารถรองรับการทดสอบยานยนต์อัตโนมัติได้ทุกระดับ มีเครื่องมือทดสอบที่ออกแบบและสร้างฉากทัศนสำหรับการทดสอบความปลอดภัย และสมรรถนะของยานยนต์อัตโนมัติว่าระบบสามารถรับมือและจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

โอกาสนี้ ได้ทอดพระเนตรต้นแบบรถยนต์อัตโนมัติที่พัฒนาโดยหน่วยงานในประเทศไทย ได้แก่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ที่เชื่อมโยง โครงสร้างพื้นฐานยานพาหนะ และศูนย์ควบคุมจราจร เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการเดินทาง, ศูนย์วิจัย MOVE (มูพ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน กทปส. ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการใช้รถบัสไฟฟ้าไร้คนขับต้นแบบ ที่ใช้โครงข่าย 5G สื่อสารระหว่างรถบัสฯ กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างยานยนต์รับ-ส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ ให้ผู้สูงอายุเดินทางและใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย รวมทั้งทดลองใช้งานระบบสื่อสารข้อมูลระหว่างรถ โดยใช้งานกับรถ PopBus

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการของหน่วยงานความร่วมมือต่าง ๆ แสดงโครงการศึกษา และพัฒนาต้นแบบระบบโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนอุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับรถขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงการสาธิตสมรรถนะยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติและระบบระบุตำแหน่งด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งสถาบันนวัตกรรมหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบยานยนต์อัตโนมัติ รวมถึงระบบการสื่อสารระหว่างยานยนต์กับโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทำการทดสอบภายใต้สถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงการใช้งานจริง

ปัจจุบัน การดำเนินงานของศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ เป็นประโยชน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการคมนาคมแห่งอนาคตของประเทศให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของประเทศไทย