พี่-น้องชาวอเมริกัน ตามหาผู้มีพระคุณสมัยสงครามเวียดนาม

View icon 83
วันที่ 27 ม.ค. 2569 | 07.34 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เรื่องนี้เป็นภารกิจรักและผูกพันธ์ ของพี่น้องชาวอเมริกัน กับชายที่เคยช่วยชีวิตทั้ง 3 คนไว้ ตั้งแต่ที่พ่อของทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นทหารมาประจำการอยู่ที่สนามบินอุบลราชธานี สมัยสงครามเวียดนาม

เป็นภาพของ 3 พี่น้องชาวอเมริกัน คือ นายราอูล ลาร์เมียร์ บัตแลนด์ อายุ 66 ปี, นางสาวลิซ่ารี เพาวเวลล์ กูลด์ อายุ 63 ปี และ นายมาร์ก เจมส์ บัตแลนด์ อายุ 62 ปี ที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาตามหา นายพูน ไม่ทราบนามสกุล ที่มีบุญคุณช่วยชีวิต สมัยที่ทั้ง 3 คน ตามพ่อที่เป็นทหารอากาศของสหรัฐฯ มาประจำประเทศไทย และเป็นผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ สมัยสงครามเวียดนาม ปี 1971 หรือปี 2514 ซึ่งการตามหาครั้งแรกที่บ้านของนายพูนในอดีต ทราบว่า นายพูน ได้ย้ายไปแล้ว

ก่อนที่ นายราอูล จะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ทำให้ขาหัก ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี แต่ระหว่างที่ทำการรักษา ก็มีข่าวดี เมื่อ นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้มาแจ้งกับทั้ง 3 ว่า พอตัว นายพูน แล้ว จนมีการวิดีโอคอลคุยกัน ซึ่งทันทีที่ทั้ง 3 คน เห็นคนในวิดีโอคอลก็จำ นายพูน ได้ทันที และเดินทางไปพบ นายพูน ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ

เป็นภาพความอบอุ่นของทั้ง นายพูน ซึ่งปัจจุบันอายุ 80 ปี และพี่น้องทั้ง 3 คน จากนั้น นายพูน ได้ ทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือให้กับทั้ง 3 คน ตามประเพณีของชาวอีสาน

สำหรับ นายพูน ได้พบกับพ่อของทั้ง 3 คน ตอนขี่สามล้อ และได้รับการว่าจ้างให้ช่วยดูแลลูก ๆ ทั้ง 3 คน โดยทั้ง 3 เคยได้รับการช่วยเหลือจากนายพูน เมื่อครั้งพ่อของทั้ง 3 คน ต้องเข้าไปร่วมงาน แต่งงานที่ สปป.ลาว แต่กลับถูกกลุ่มเวียดกงเข้ามาหาเรื่อง และพยายามใช้มีดแทง โดย นายพูน ที่เป็นอดีตนักมวยได้เข้าไปขวาง และพาครอบครัวของทั้ง 3 คน หลบหนีจากเวียดกงกลับมาประเทศไทย แต่อีกฝ่ายยังตามไล่ล่าตัว จน นายพูน พาย้ายบ้าน และสอนมวยไทยให้ ทำให้ทั้ง 3 คน นับถือ นายพูน เหมือนพี่ชายของพ่อ จนมาตามหาดังกล่าว

ซึ่ง นายมาร์ก ได้พา นายพูน ไปรับการตรวจรักษาตา ที่เป็นต้อกระจก และหูที่ไม่ค่อยได้ยิน รวมทั้งสุขภาพ ที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี

ขณะที่ นายพูน ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น นายขวัญ บอกว่าก็ดีใจที่ทั้ง 3 คน ยังจำตัวเองได้ และขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยตามหา ทำให้ตนและครอบครัวของมาร์ก ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง