2 แม่-ลูก ร้องมูลนิธิดัง เหตุรถไฟตกราง เมื่อ ส.ค.68 ผ่านมานานกว่า 5 เดือน ไม่ได้รับการเยียวยา ได้รับเพียงคูปองอาหาร 80 บาท ทั้งๆที่ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย ยิ่งนานวันยิ่งเงียบไรเยียวยา สอบถามการรถไฟ ได้รับคำตอบแค่ "รอดำเนินการ"
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี นางผาณิต คงนก อายุ 46 ปี พร้อมด้วยนายปกรณ์ คงนก อายุ 19 ปี ลูกชาย ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ขณะเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 46 สุราษฎร์ธานี-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ได้ประสบอุบัติเหตุรถไฟตกราง บริเวณย่านสถานีกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ปัจจุบันผ่านมากว่า 5 เดือน ไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆ ยกเว้นคูปองอาหารเพียง 80 บาท เท่านั้น
นางผาณิต ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 68 เวลา 22.50 น. ตนและลูกชายเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 46 สุราษฎร์ธานี-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เมื่อมาถึงช่วงสถานีกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รถไฟเกิดอาการสั่นอย่างแรง เริ่มสะดุด และแกว่งไป-มา ก่อนครูดไปกับราง ซึ่งขณะนั้นตนกำลังหลับสนิท มาทราบภายหลังว่ารถไฟตกราง ตนและผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่นอนอยู่ชั้น 2 ได้รับการกระแทกด้วยความรุนแรง และมีบางคนร่วงตกลงพื้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้รับบาดเจ็บหลายราย โชคดีที่ตนจับราวได้ทันเลยไม่ได้ร่วงตกลงมาจากเตียงชั้น 2 แต่ก็ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกไปชนกับเพดานตู้โดยสาร ทุกคนตกใจตื่นและถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่ารถไฟตกรางทุกคนก็แตกตื่นและวิ่งกันออกมาจากที่นอน มีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าให้ทุกคนออกจากตู้โดยสาร เพราะกลัวไฟไหม้ หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล
นางผาณิต ผู้เสียหาย กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาการรถไฟฯ ได้มีการเหมารถทัวร์นำส่งผู้โดยสารที่ตกค้าง ซึ่งปกติตนต้องถึงปลายทางเวลาประมาณ 09.00-10.00 น. แต่กลายเป็นล่าช้า กว่าจะถึงกรุงเทพฯเวลา 14.00 น. ตนรู้สึกกลัวรถทัวร์มาก แต่ต้องจำใจนั่ง อุตส่าห์เลือกที่จะเดินทางโดยรถไฟ ที่มั่นใจว่ามีความปลอดภัย 99% เพราะปกติตนและครอบครัวจะเลือกเดินทางโดยรถไฟหรือเครื่องบินเท่านั้น ครั้งนี้เพิ่งจะเคยนั่งรถไฟด่วนพิเศษ (ตู้นอน) ครั้งแรก แต่ตนกับลูกชายก็เดินทางมาได้เพียงแค่ครึ่งทาง
นางผาณิต ผู้เสียหาย กล่าวต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุตนได้มีการทักไปยังเพจเฟซบุ๊กของการรถไฟฯ และพยายามติดต่อในช่องทางอื่นๆด้วยมาตลอด ได้รับแต่คำตอบว่า “ให้รอดำเนินการ” จนเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2568 ตนแจ้งไปที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านช่องทางอีเมล และติดต่อไปยังศูนย์ดำรงธรรม แต่ก็ได้รับคำตอบว่า “กำลังดำเนินการตรวจสอบ” เช่นเดิม ตนรู้สึกว่าทำไมถึงต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ คิดอยู่ตลอดว่าคืนนั้นตนกับลูกชายเกือบจะเสียชีวิต รู้สึกแพนิคเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวตลอดเวลา อยากให้ผู้บริหารการรถไฟฯ สนใจความเดือดร้อนของประชาชนบ้าง ไม่ใช่ต้องรอถึงครึ่งปีเช่นนี้ ผู้เสียหายมากกว่า 100 ชีวิต ที่เฉียดตาย ไม่มีการขอโทษหรือแม้แต่คำชี้แจงใดๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ผ่านมาแล้วหลายเดือน ตนอาจจะไม่ได้รับบาดเจ็บมากแต่ก็มีทรัพย์สินของตนที่ได้รับความเสียหาย และเสียประโยชน์ในการเดินทางด้วย ซึ่งไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆจากการรถไฟฯ นอกจากเงินคูปองอาหารเป็นค่าตอบแทนเพียง 80 บาท หลังเกิดเหตุที่มีการเหมารถทัวร์ไปส่งผู้โดยสารแทนการเดินทางด้วยรถไฟเท่านั้น
นางผาณิต ผู้เสียหาย กล่าวต่ออีกว่า วันนี้ตนกับลูกชายเดินทางมาจากจ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ขอบคุณพี่รณณรงค์ที่ช่วยเหลือ พอเห็นข่าวรถไฟที่อ.สีคิ้ว ยังพูดกับครอบครัวว่าเรื่องของตนเบาไปเลย เพราะครั้งนั้นไม่มีใครเสียชีวิต หลังจากนี้ตนขอคิดก่อนว่าจะยังใช้บริการรถไฟอยู่หรือไม่ เพราะยังมีความรู้สึกหวาดกลัวเวลาที่ต้องเล่าให้ใครฟัง รู้สึกฝังใจ ไม่เคยเจอเหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้ ฝากถึงผู้ว่าการรถไฟฯ ว่าหากคนในครอบครัวของท่านอยู่ในขบวนรถไฟครั้งนี้จะดำเนินการอย่างไร
นายปกรณ์ ลูกชายผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุขณะตนนอนอยู่ รู้สึกรถไฟมันสั่นจึงถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนั้นแม่คิดว่าคงปกติ สักพักรถไฟเกิดตกราง ตนได้ยินเสียงแม่กรีดร้องด้วยความตกใจอย่างแรง ตนจึงรีบเข้าไปดูแลแม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงบอกให้ทุกคนออกจากตู้โดยสาร และตนกับแม่จึงได้เดินทางไปโรงพยาบาล
นายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้โดยสารขบวนรถไฟด่วนพิเศษ ต้นทางจากจ.สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ประสบอุบัติเหตุที่ย่านสถานีกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เรื่องนี้ความน่าสนใจคือความรับผิดชอบของรัฐวิสาหกิจ หลังเกิดเหตุผ่านมานานกว่า 5 เดือน ผู้โดยสารขบวนรถไฟดังกล่าวที่มีกว่า 100 คน ยังไม่ได้รับการชดใช้ตามสิทธิผู้บริโภค ทั้งในด้านค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายทรัพย์สิน และอื่นๆที่ประเมินเป็นจำนวนเงินไม่ได้ เช่น การเสียประโยชน์จากการเดินทาง การรถไฟยังไม่มีการเยียวยาใดๆ และล่าสุดพอมีอุบัติเหตุที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กลุ่มผู้โดยสารที่เคยประสบอุบัติเหตุในที่อื่นๆ เลยรวมตัวกันมาทวงถามความรับผิดชอบ อายุความในการฟ้องร้องเหตุละเมิด คือ 1 ปี ส่วนราชการ 2 ปี อยากให้กระบวนการชดใช้เยียวยาของการรถไฟฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรเร่งรัดให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นคงต้องไปยื่นเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องถึงจะได้ไวขึ้น นอกจากแม่-ลูก 2 คนนี้ ยังมีผู้โดยสารอีกหลายคนที่อยู่ในรถไฟขบวนนี้ที่ตกราง ติดต่อมาร้องขอความเป็นธรรมกับตนว่ายังไม่ได้รับการชดใช้เยียวยาเช่นกัน หลังจากนี้เราจะรวมกลุ่มผู้โดยสารไปยื่นหนังสือที่กระทรวงคมนาคมถึงรัฐมนตรีที่รักษาการอยู่ปัจจุบันเพื่อทวงถามความรับผิดชอบต่อไป