พ่อร้องสื่อหวั่นลูกชายไม่ปลอดภัยหลังถูกกลุ่มนักเรียนต่างสถาบันไล่ฟันกลางถนนจนรถเสียหลักชนรถชาวบ้าน ก่อนจะถูกตามฟันใส่ไม่ยั้ง โชคดีที่ได้ทหารเรือมาช่วยชีวิตได้ทัน
วันนี้ (27 ม.ค. 69) วิดีโอจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่ทางผู้เสียหายนำมาร้องทุกข์กับนักข่าว โดยระบุว่าเป็นคลิปเหตุการณ์ที่ทางลูกชายของตัวเองถูกกลุ่มนักเรียนช่างต่างสถาบันไล่ทำร้ายร่างกาย บนถนนรถรางสายเก่า
จากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าในระหว่างเส้นทางจากซอยสุขุมวิท 62 มุ่งหน้าแยกรถรางสายเก่า ใกล้กับสำนักงานการไฟฟ้าเขตบางนา จะเห็นว่ามีน้องนักเรียนชายคนหนึ่ง ขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดง บิดคันเร่งเครื่องเพื่อหลบหนีการไล่ล่าของกลุ่มนักเรียนต่างสถาบัน ซึ่งใช้นรถจักรยานยนต์อย่างน้อย 3 คัน รวมประมาณ5-6 คน ขับขี่ไล่ติดตามน้องผู้เสียหายอย่างกะชั้นชิด กระทั่งรถของน้องนักเรียนผู้เสียหายไปเสียหลักชนท้ายรถนั่งส่วนบุคคลคันหนึ่งจนรถล้มลง
คลิปต่อมาเป็นคลิปจากกล้องติดหมวกกันน็อกของผู้เสียหาย ซึ่งวิ่งหนีตายจนไปล้มลงที่พงหญ้าข้างทาง โดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุสองคนวิ่งตามมาถึงตัว ก่อนจะชักมีดตะขอด้ามยาว ขึ้นมา ส่วนอีกคนใช้มีดสั้นปลายแหลมง้างทำท่าจะแทง พร้อมตะโกนขู่ ส่งสิ่งของให้กับผู้ก่อเหตุ คาดว่าเป็นหัวเข็มขัดของน้องผู้เสียหาย
โดยผู้ก่อเหตุไม่ได้ข่มขู่อย่างเดียว กลับใช้มีดตะขอฟันใส่หัวของน้องผู้เสียหายหลายครั้ง แถมยังกระทืบซ้ำคากล้องติดหมวกกันน็อก ซึ่งในระหว่างนั้นเอง มีทางด้านพี่ทหารเรือที่ผ่านมามาเจอ จึงแสดงตัวเข้าระงับเหตุ พร้อมตะโกนสั่งให้วางอาวุธและตะโกนด่าเตือนสติกลุ่มผู้ก่อเหตุ ทำให้ผู้ก่อเหตุเกรงกลัวจะถูกจับจึงยอมวางอาวุธและวิ่งหลบหนีจากที่เกิดเหตุไป เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 26 ม.ค. 69
ล่าสุดเมื่อเวลา 22.30 น. วันเดียวกัน ทีมข่าวเราเดินทางไปพบกับผู้เสียหาย ทั้งคุณพ่อและน้องที่ถูกกระทำ ซึ่งเจ้าตัวมาพบแพทย์ตรวจร่างกายและขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลย่านสำโรง โดยยังโชว์สภาพหมวกกันน็อกเต็มใบที่มี่อยู่รอยแตกร้าวกลางศีรษะจากการถูกมีดฟันเข้าที่หมวกกันน็อกอย่างจัง เคราะห์ดีที่สวมใส่หมวกกันน็อกใบนี้
นาย ก๊วก นามสมุติ ผู้เสียหาย เล่านาทีชีวิตให้ฟังว่า ขณะที่ตนเองเลิกเรียนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้านย่านสำโรง โดยใช้เส้นทางรถรางสายเก่า พอผ่านปากซอยโรงเรียนพระโขนง พบว่ามีกลุ่มนักเรียนช่างพากันขับขี่รถออกมาจากซอยดังกล่าวพอดี จึงพากันขับไล่ล่าตนเอง ตนเองจึงเร่งเครื่องหลบหนี จนมาถงึที่เกิดเหตุรถไปเสียหลักชนท้ายรถเก่งที่จอดติดอยู่บนทาง ทำให้รถตนเองล้ม จึงตัดสินใจวิ่งหนี แต่ถูกอีกฝ่าย วิ่งตามกันมา 3 คน มี 2 คนที่กรูกันเข้ามารุมทำร้ายโดยใช้มีดพร้าและมีดสั้น จนกระทั่งมีพี่ทหารเข้ามาช่วย ส่วนที่เขาตะโกนให้ส่งของให้นั้น เข้าใจว่าเขาคิดว่าตนเองใส่เสื้อพละของโรงเรียนมา จึงจะปล้นเอาเสื้อ แต่ตนเองไม่ได้ใส่มาและเขาก็ยังไม่ทันได้ของอะไรไป
ขณะที่คุณพ่อของน้องผู้เสียหาย บอกว่า ลูกชายไม่เคยมีเรื่องอะไรกับใคร และไปเรียนเลิกเรียนกลับบ้านตามปกติ ที่ผ่านมาตนเองพยามกำชับลูกชายให้เลี่ยงการรวมกลุ่มหรือไปมีเรื่องมีราวกับใคร เลิกเรียนก็ให้รีบกลับบ้าน ปกติแล้วก่อนหน้านี้ลูกชายจะขึ้นรถบีทีเอสไปเรียน แต่พอมาช่วงหลังเห็นว่าลูกเดินทางไปกลับลำบาก จึงตัดสินใจให้ลูกไปทำใบขับขี่เพื่อขับรถจักรยานยนต์ไปเรียนแทน โดยเลี่ยงที่จะสวมใส่เสื้อสัญลักษณ์ของสถาบัน และใส่เสื้อคลุมแทน แต่ก็ยังไม่วายที่จะมาถูกไล่ทำร้ายขนาดนี้
ส่วนกล้องติดหมวกกันน็อก ตนเองเพิ่งสั่งออนไลน์มาใช้ แต่เห็นลูกชายขับขี่รถไปเรียนทุกวันจึงเพิ่งนำมาติดหมวกกันน็อกได้เมื่อเช้านี้เองก็มาเกิดเรื่องจนได้ การก่อเหตุถือว่าอุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย อีกทั้งยืนยันว่าลูกชายไม่รู้จักรหรือเคยมีเรื่องกับกลุ่มนี้มาก่อน ส่วนเบื้องต้นแจ้งความกับทางตำรวจ สน.บางนา ท้องที่ที่เกิดเหตุเอาไว้แล้ว และอยากให้ตำรวจเร่งวติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งตนเองก็อยากเห็นใบหน้าของผู้ก่อเหตุเช่นกัน
ขณะที่ผู้เสียหายยังฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจควรออกมาตั้งด่านตรวจป้องกันเหตุในลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะการค้นอาวุธ ซึ่งไม่เคยเห็นด่านตรวจเช่นนี้เลย มีแต่ด่านตรวจแอลกอฮอล์