กัมพูชา เชิญสื่อฯ ทำสารคดีบิดเบือนข้อมูล

View icon 30
วันที่ 27 ม.ค. 2569 | 11.11 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - "กัมพูชา" ยังคงพยายามใช้ทุกวิธีในการสร้างภาพความชอบธรรม แสดงให้โลกเห็นว่าตัวเองเป็นเหยื่อจากการสู้รบที่ผ่านมา ล่าสุด คือการทุ่มงบเชิญสื่อต่างประเทศ ไปทำสารคดีสั้นเกี่ยวกับ ปราสาทเขาพระวิหาร เพื่อหวังให้ภาพนี้กลบทับการใช้สถานที่แห่งนี้ยิงโจมตีไทย

จากภาพมุมเดียวนี้ ที่ผ่านมาถูก "กัมพูชา" เอาไปตีความ บิดเบือนหาว่า "ทหารไทย" มุ่งโจมตีเป้าหมายอยู่ที่ตัวปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มี "ทหารกัมพูชา" ที่ติดโซเชียลฯ หนัก ๆ ผลัดกันขึ้นไปรีวิวสภาพตัวปราสาททันที เพราะคิดว่าทหารไทยพลาดแล้ว ที่โจมตีใส่ตัวปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลก ตั้งใจจะเรียกยอดวิว ยอดเงินบริจาค จากพี่น้องชาวกัมพูชา

แต่สิ่งที่พลาดไปก็คือ การถ่ายให้เห็นภาพยุทโธปกรณ์วางเกลื่อนทั้งใน และรอบตัวปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งสิ่งนี้เป็นหลักฐานชั้นดี ว่า "ไทย" ไม่ได้มีเป้าโจมตีตัวปราสาท แต่โจมตี "ฐานที่มั่นทางการทหาร" ของกัมพูชา แล้วผลกระทบไปสร้างความเสียหายกับตัวปราสาท ซึ่งไม่เหมือนกัน และเป็นการตอบโต้ตามกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ

ทำให้ช่วงที่ผ่านมา "กัมพูชา" ต้องรีบลบภาพการเป็นฐานที่มั่นทางการทหารออก ให้คงเหลือไว้แค่เฉพาะสภาพความเสียหาย จากนั้นก็ระดมเอา "อินฟลูเอนเซอร์" ของกัมพูชา ขึ้นไปแสดงให้เห็นถึงความเสียใจ ความเศร้าที่ได้เห็นตัวปราสาทเขาพระวิหารถูกทำลาย

พร้อมกับส่งจดหมายประท้วงออกมา ว่า "ไทย" โจมตีใส่ตัวปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลก  พร้อม ๆ กับโซเชียลฯ กัมพูชา ที่พยายามสร้างภาพโจมตีไทยสารพัด ว่าเรามุ่งโจมตี พลเรือน ทำลายโบราณสถาน และเขตศาสนสถาน ที่เป็นการกระทำต้องห้ามตามหลักสากล แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าที่ควร

ล่าสุด จึงพยายามใหม่อีกครั้ง ด้วยการทุ่มงบประมาณเชิญสื่อต่างประเทศ เข้ามาผลิตสารคดีสั้น เกี่ยวกับเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมุ่งเน้นพื้นที่ ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นหลัก เพราะมองว่า เป็นน่าจะเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะสร้างกระแสในเวทีโลก และความชอบธรรมในเวทีนานาชาติให้กับกัมพูชาได้

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้กับสื่อต่างประเทศ รวมถึงท่าทีของ "ยูเนสโก" มีเพียงแถลงการณ์แสดง "ความกังวลอย่างยิ่ง" เมื่อช่วงที่มีเหตุการณ์ปะทะตอนเดือนธันวาคมปีที่แล้ว "ว่าการกระทำทางทหารอาจเป็นภัยคุกคามต่อมรดกโลก" ยังไม่มีมติ หรือคำสั่งให้ถอดถอน "ปราสาทเขาพระวิหาร" ออกจากบัญชีมรดกโลก แต่เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามอนุสัญญากรุงเฮก ปี 1954 เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางวัฒนธรรม แค่นั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง