รวบหนึ่งในขบวนการ ครอบครองรถหรูเถื่อน หลังหมายจับใกล้หมดอายุความ

รวบหนึ่งในขบวนการ ครอบครองรถหรูเถื่อน หลังหมายจับใกล้หมดอายุความ

View icon 63
วันที่ 27 ม.ค. 2569 | 17.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (27 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายสามารถ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิมาย  ที่ 28/2565  ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2565

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้น”

โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าบ้านในพื้นที่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ (9 มี.ค. 59) เจ้าหน้าที่ตร. สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จ.นครราชสีมา ว่ามีรถยนต์หรูขับผ่านไปตามถนนสายพิมาย-จักราช ขอให้เรียกตรวจสอบรถยนต์ ซึ่งหลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตร. สภ.พิมายได้ออกตรวจสอบ

เพื่อค้นหารถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว และพบรถยนต์คันนั้นจอดอยู่บริเวณด้านหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ และพบชายแต่งกายดีทราบชื่อคือ นายพงษ์พจน์ อายุ 32 ปี (อายุในขณะนั้น)

โดยนายพงษ์พจน์ ยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับรถ นายพงษ์พจน์ ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ โดยอ้างว่าเป็นรถยนต์ของเพื่อนที่ตนยืมมาขับ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่ สภ.พิมาย พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่สรรพสามิตให้เดินทางไปตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว

ในเวลาต่อมา นายสามารถ อายุ 32 ปี (อายุในขณะนั้น) อ้างตัวเป็นเจ้าของรถ ได้นำเอกสารการครอบครองมาแสดง แต่เอกสารไม่ครบ โดยเฉพาะยังขาดเอกสารการนำเข้าจากศุลกากร และเอกสารการดัดแปลงสภาพรถ จึงได้แจ้งให้ผู้ครอบครองรถนำมาแสดงให้ครบภายใน 15 วัน 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คืนรถให้กับผู้ครอบครอง เนื่องจากเห็นว่าผู้ครอบครองมีความน่าเชื่อถือ และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง แต่ต่อมานายสามารถ ผู้ครอบครองไม่สามารถนำหลักฐานเกี่ยวกับรถมาแสดงให้ครบ จึงได้ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย และถูกออกหมายจับซึ่งอีกไม่เกิน 2 เดือน หมายจับดังกล่าวจะขาดอายุความ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำข้อมูลสืบสวนและติดตามผู้ต้องหา จนทราบว่าผู้ต้องหานี้ได้หลบหนีมา อยู่ในพื้นที่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงได้ไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง จึงควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิมาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป