เผาป่า โทษหนักทั้งปรับและจำคุก สูงสุด 20 ปี

เผาป่า โทษหนักทั้งปรับและจำคุก สูงสุด 20 ปี

View icon 48
วันที่ 29 ม.ค. 2569 | 08.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาลเตือน! ห้ามลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และที่โล่ง ย้ำโทษหนักทั้งปรับและจำคุก สูงสุด 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท

วันนี้ (29 ม.ค.69) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสั่งการทุกหน่วยงาน       ติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับใช้มาตรการทางกฎหมายการควบคุมการเผาในที่โล่งและเขตควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด ย้ำเตือนเกษตรกรลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรและที่โล่ง มีโทษทั้งปรับและจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้

- การเผาในพื้นที่ตนเองหรือในพื้นที่สาธารณะทั่วไปจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น การเผาขยะมูลฝอย เผาสิ่งต่างๆ กลางแจ้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับเหตุรำคาญดังกล่าว หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนน ภายในระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถ มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว หรือเผาในที่โล่ง จนน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นและทรัพย์ของผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4-20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้ง 20,000 - 200,000 บาท ในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 2,000,000 บาท
“รัฐบาลขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน เกษตรกร ให้ความร่วมมือห้ามเผา เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายระบบ หากพบเห็นการเผาป่า เผาขยะ หรือเผาในที่โล่งแจ้ง แจ้งได้ทันทีที่สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784  สายด่วนกรมอุทยานฯ 1362  ศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือตำรวจ 1599 (ตลอด 24 ชม.) เพื่อช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และการลักลอบเผาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ” นางสาวอัยรินทร์ ย้ำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง