ห้องข่าวภาคเที่ยง - มีครูสอนการแสดงนาฏศิลป์ ไปกู้ยืมเงินนอกระบบ มาจัดการค่างานศพให้แม่ และลงทุนในธุรกิจ ครั้งแรกยืมเจ้าหนี้ไป 70 เจ้า คืนเงินไปกว่า 1.2 ล้านบาท แต่พอกู้เพิ่มมาจัดงานลอยกระทง คราวนี้เกิดปัญหา เพราะงานจัดไม่ได้ เงินมีไม่พอใช้หนี้ จนเจ้าหนี้บุกทวงเงินถึงบ้าน
อันนี้ยังดีที่ไม่ได้บุกเข้ามาหาถึงในตัวบ้าน ยังแค่ตะโกนเรียก ครูสอนการแสดงนาฏศิลป์ ที่เป็นลูกหนี้กู้ยืมเงินนอกระบบ เพราะขาดส่งงวดให้ออกมาจ่ายเงิน แต่เจ้าหนี้บางรายไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าบ้าน แต่ยังบุกรุกเข้ามาถึงด้านในตัวบ้าน จนมีอยู่คืนหนึ่ง ที่เธอทนไม่ไหว ต้องออกไปถามกับคนที่มาทวงหนี้ตรง ๆ ว่า นอกจากจะมาวนเวียนตามทวงเงินแล้ว ยังได้บุกรุกเข้ามาในบ้านเธอด้วยหรือไม่
เอาจริง ๆ ผู้เสียหายก็พยายามที่จะเคลียร์ทุกหนี้ จัดการทุกปัญหาโดยเฉพาะคนที่มาข่มขู่เธอ ยังได้แช็ตคุยกับเจ้าหนี้ไปตรง ๆ เพื่อยืนยันว่าเธอไม่หนี เธอจ่ายแน่ และยังนัดให้เจ้าหนี้มาเจอกันที่กองปราบฯ ด้วย
ครูพัชริยา ลูกหนี้นอกระบบ เล่าให้ฟังว่า เธอจำเป็นต้องใช้เงินด่วน และการกู้ยืมเงินตามระบบปกติ ใช้เวลานานเกินไป ถึงยอมแบกภาระกู้ยืมเงินที่มีการคิดดอกเบี้ยสูง เพื่อนำไปจัดการงานศพแม่ และลงทุนในธุรกิจ เธอยืนยันว่าหนี้ก้อนแรกประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท เธอชดใช้ไปหมดแล้ว แต่หนี้รอบที่ 2 ที่เจ้าหนี้คิดยอดเงินมากว่า 2 ล้านบาท เธอจ่ายเงินต้นครบ แต่ดอกเบี้ยที่ถ้าต้องจ่ายไปเรื่อย ๆ จะไปหยุดที่ 4-5 ล้านบาท เธอมองว่ายอดนี้สูงเกินไปมาก อีกทั้งการตามทวงหนี้ของเจ้าหนี้บางราย ก็คุกคามความปลอดภัยเกินไป จนต้องมาขอความช่วยเหลือกับตำรวจสอบสวนกลาง
ครูพัชริยายืนยันทั้งน้ำตา การเป็นหนี้นอกระบบ ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่มีวินัยทางการเงิน และที่กู้ยืมเงินมา ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย แต่เพราะมีภาระที่ต้องแบกรับ และการที่เธอตัดสินใจสู้ต่อ ทั้งที่เคยเกือบจะฆ่าตัวตาย ก็เพราะลูกของเธอที่กำลังโต และที่อยู่ในครรภ์