เวลา 06.48 น. วันนี้ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ จากวัดสุทัศนเทพวราราม และวัดสระเกศ รวม 8 รูป
ความสำคัญของพระอภิธรรมนั้น มิได้เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้ล่วงลับเท่านั้น แต่ยังเตือนใจให้ผู้ฟังระลึกถึงความไม่เที่ยงของสังขาร และเกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริงของชีวิต
เวลา 10.52 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ จากวัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษดิ์ และวัดประยุรวงศาวาส
ในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมประจำ ทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป รับพระราชทานฉันเพลวันละ 8 รูป และประโคมย่ำยาม กำหนด 100 วัน
เวลา 16.50 น. พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นพระพิธีธรรมจาก วัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษดิ์ และวัดประยุรวงศาวาส
พระพิธีธรรม แต่ละคณะจะมี "หัวหน้าพระพิธีธรรม" ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะและทำนองการสวดให้ถูกต้องตามแบบฉบับหลวง การสวดจะเป็นแบบคู่ เรียกว่า สวดคณะ ผลัดรับส่งกันอย่างสม่ำเสมอ มีจังหวะและเสียงประสานเฉพาะ เรียกว่า "ทำนองหลวง"
ตลอดทั้งวัน ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อาทิ คณะพระสงฆ์และฆราวาส โดยการนำของพระมงคลวัชรปโชติ (หลวงปู่อิ้น) เจ้าอาวาสวัดนิคมเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา, เทศบาลตำบลหนองซ้ำซาก จังหวัดชลบุรี, เทศบาลตำบลท่าแพ จังหวัดนครศรีธรรมราช, องค์การบริหารส่วนตำบลมาบไผ่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี, โรงเรียนกระทุ่มแบน "วิเศษสมุทคุณ" รวมทั้ง ประชาชนจากจังหวัดสุโขทัย, สุพรรณบุรี, หนองบัวลำภู และสุรินทร์