คณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ ที่จังหวัดมุกดาหาร

View icon 19
วันที่ 29 ม.ค. 2569 | 20.11 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
ที่เรือนจำชั่วคราวนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการฯ เพื่อพัฒนาเรือนจำชั่วคราวนาโสก เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอยู่ในสังกัดเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ดำเนินงาน 290 ไร่ ซึ่งโครงการกำลังใจฯ มีเป้าหมายพัฒนาเรือนจำให้มีพื้นที่สีเขียว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีต่าง ๆ น้อมนำแนวพระดำริฯ ในการเริ่มพัฒนาจากจุดเล็ก ๆ เพื่อนำร่องสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มาพัฒนาเรือนจำซึ่งเป็นชุมชนที่มีต้นทุนด้านพื้นที่ ด้านป่าไม้ และกำลังคน ให้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกและรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ บริโภคอย่างพอเพียง, ลดปริมาณขยะ, ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งผลให้มีรายได้จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมทั้งเป็นแนวทางให้ผู้ต้องราชทัณฑ์นำไปปรับใช้เพื่อสร้างรายได้เมื่อพ้นโทษ โดยเริ่มที่เรือนจำชั่วคราวนาโสกเป็นแห่งแรก และมีแผนจะขยายไปยังเรือนจำอื่น

โอกาสนี้ ได้พูดคุยกับผู้ต้องราชทัณฑ์ ที่จะเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (หลักสูตร 5 เดือน) ภายใต้โครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำชั่วคราวโคกคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตภายหลังพ้นโทษอย่างมีคุณภาพ พร้อมที่เป็นคนดีของสังคม และไม่คิดหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ

ช่วงบ่าย เดินทางไปยังแปลงสาธิตปลูกป่าคาร์บอนเครดิต เรือนจำชั่วคราวนาโสก ซึ่งร่วมกับโครงการกำลังใจฯ จัดทำแปลงปลูกป่าสาธิต ทำป่าคาร์บอนเครดิต 1 ไร่ ในปีที่ผ่านมา ประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพของต้นไม้ได้ที่ 18.59 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากเดิม 17.80 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งคิดเป็นคาร์บอนเครดิต 0.79 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ต่อปี นอกจากนี้ ยังช่วยฟอกอากาศและลดอุณหภูมิ กลาย "ปอด" ของชุมชนล้อมรอบเรือนจำ ปัจจุบัน ได้ปลูกป่าคาร์บอนเครดิตเพิ่มอีก 4 แปลง และมีแผนจะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น

จากนั้น เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick Off "โครงการปลูกหม่อนเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ" ณ ป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกต้นหม่อนสำหรับเลี้ยงไหม และนำมาแปรรูปเป็นน้ำลูกหม่อนจำหน่าย โดยทุกกระบวนการจะต้องส่งเสริมการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคาร์บอนต่ำ สามารถเป็นแปลงตัวอย่างให้แก่เรือนจำอื่น เรื่องการเป็นเรือนจำสีเขียวได้

โอกาสนี้ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการโครงการปลูกหม่อนเพื่อช่วยส่งเสริมการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และนิทรรศการจากหน่วยงานภาคี รวมทั้งติดตามชีวิตความเป็นอยู่ และการประกอบสัมมาชีพของคนต้นแบบ

ต่อจากนั้น ตรวจเยี่ยมสำรวจแหล่งน้ำภายในเรือนจำฯ ซึ่งจะปรับปรุงเพิ่มปริมาณความลึกและความแข็งแรงของสระ และวางแนวท่อเชื่อมแต่ละสระเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องระบบน้ำให้เพียงพอต่อการบริโภค อุปโภค ทำการเกษตร ปศุสัตว์ และปลูกป่าคาร์บอนเครดิต สนับสนุนการพัฒนาเรือนจำฯ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง