สมเด็จฯ ฮุน เซน ประกาศกร้าว ต่อหน้า เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกัมพูชาคนใหม่ “กัมพูชาไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับพวกสแกมเมอร์ แต่เป็นนรกต่างหาก” เอ่ยปากชมความร่วมมือกัมพูชาและเกาหลีใต้ ในการรับมือปราปรามแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมขอให้แบ่งปันข้อมูลมากขึ้น หลังคดี นศ.เกาหลีใต้ ถูกฆาตรกรรมในกัมพูชา แต่สงสัยทำไมคนร้ายถูกจับในไทย
วันนี้ (30 ม.ค. 69) สำนักข่าว ขแมร์ ไทมส์ รายงานว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ประชุมหารือกับ “คิม ชานยอง” เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกัมพูชา (คนใหม่) เมื่อวันอังคาร (27 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา
โดย “เจีย ธีริธ” โฆษกวุฒิสภากัมพูชา เผยว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวว่า การปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างจริงจังของทางการกัมพูชา เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังอาชญากรทุกคนว่า กัมพูชาไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับสแกมเมอร์ แต่เป็นนรกต่างหาก นอกจกานี้ ยังได้ชื่นชมความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้ในการต่อสู้กับการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติสมัยใหม่ที่ไม่มีพรมแดน
นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังได้กล่าวชื่นชมคณะทำงานร่วมระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้ สำหรับความพยายามในการต่อต้านอาชญากรรมทางออนไลน์ ซึ่งได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกอย่างต่อเนื่อง และได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาเมื่อเร็ว ๆ นี้ และขอให้ฝ่ายเกาหลีใต้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่ง สมเด็จฯ ฮุน เซน ตั้งคำถามว่าคนร้ายหลอกลวงเหยื่อในกัมพูชา แต่ทำไมกลับถูกจับกุมในประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและการแบ่งปันข้อมูลให้กัมพูชา เพื่อเสริมสร้างความพยายามต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ของกัมพูชาและป้องกันเหตุการณ์ลักษณเดียวกันในอนาคต
โดยประเทศไทยและเกาหลีใต้มีความร่วมมือที่ดีในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ ดังนั้น จึงหวังว่าฝ่ายเกาหลีใต้จะร่วมมือกับประเทศไทยในการแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เนื่องจากผู้กระทำผิดถูกจับกุมในประเทศไทยแล้ว
ด้าน “คิม ชานยอง” กล่าวชื่นชมความร่วมมือและความมุ่งมั่นอย่างแข็งขันของกัมพูชาในการต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านคณะทำงานร่วมระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้ และจะรายงานเรื่องที่ สมเด็จฯ ฮุน เซน ต้องการแบ่งปันข้อมูลไปยังฐบาลเกาหลีใต้ และให้คำมั่นว่าจะทำงานด้วยตนเองเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัมพูชา เกาหลีใต้ และไทย เพื่อให้มั่นใจว่ามีการแบ่งปันข้อมูลที่ดีขึ้น และการดำเนินการร่วมกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการต่อต้านเครือข่ายอาชญากรไซเบอร์
สุดท้าย สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวว่า กัมพูชายังคงดำเนินการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับประเทศพันธมิตร พร้อมเน้นย้ำว่าอาชญากรรมออนไลน์เป็นความท้าทายระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติ กัมพูชากำลังเร่งปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ โดยมีเป้าหมายที่จะกำจัดการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่ทำให้กัมพูชาเสื่อมเสียชื่อเสียง
ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 2568 ทางการกัมพูชาได้ดำเนินการปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ไปกว่า 100 แห่ง จับกุมผู้ต้องสงสัยหลายพันคนและเนรเทศออกนอกประเทศ และในช่วงครึ่งแรกของมกราคมนี้ คณะกรรมการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ได้บุกตรวจค้นสถานที่ 14 แห่งในกรุงพนมเปญ เสียมราฐ และพระตะบอง และได้จับกุมผู้ต้องสงสัยกว่า 200 คน จากหลายสัญชาติ ทั้งชาวจีน อินเดีย และเนปาล