สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ตำรวจพอจะรู้ตัวคนร้ายชิงทอง ที่คาดว่าได้ไปกว่า 179 บาท และคว้าเงินสดอีก 170,000 บาท ติดมือไปด้วย ขอเวลาไม่เกิน 2 วัน จับตัวได้แน่
เห็นแบบนี้ก็สมควรจะตกใจอยู่ เพราะเวลาเกิดเหตุ คือ 23.30 น. ของวันที่ 30 มกราคม บริเวณชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้า ย่านซอยอ่อนนุช 50 เขตพระโขนง
คนร้ายปกปิดร่างกายมิดชิด มือหนึ่งถือปืน และอีกมือถือน้ำมัน เทราดเคาต์เตอร์ข่มขู่พนักงาน บังคับให้ส่งทองมา ไม่งั้นจะจุดไฟเผา
การสอบปากคำพนักงานในร้าน 4 คน ให้การตรงกันว่า ปกติร้านปิดให้บริการตอน 20.00 น. และช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เป็นช่วงที่มีการเช็กสต็อกสินค้า นับเงินสดเก็บเข้าตู้เซฟเป็นประจำ และประตูก็เปิดแง้มไว้แบบนี้อยู่แล้ว
ตำรวจแกะรอยภาพวงจรปิด แล้วนำข้อมูลมาคุยกัน พบว่า คนร้ายเข้ามาอยู่ในห้างฯ ตั้งแต่ 22.00 น. เพื่อรอเวลาห้างฯ ใกล้ปิด
สบโอกาสช่วงปลอดคน ลงมือก่อเหตุ ตอนแรกเข้าใจว่า ทองที่ได้ไปน้ำหนักรวม 149 บาท แต่จากการตรวจสอบล่าสุด น่าจะได้ไปทั้งหมด 179 บาท และเงินสดอีก 170,000 บาท
ตอนนั้น ตำรวจยังระบุไม่ได้ว่าคนร้ายเป็นใคร เพราะขณะก่อเหตุ มีการแต่งกายปกปิดอำพรางตัวเองมิดชิด ทั้งสวมหมวก สวมหน้ากากอนามัย สวมเสื้อยืดทับเสื้อแขนยาว สวมถุงมือ ใส่กางเกงขายาว และรองเท้าผ้าใบ สิ่งเดียวที่พนักงานในร้านแน่ใจ คือ ผู้ก่อเหตุเป็นคนไทย ไม่ใช่ชาวต่างชาติ
ตำรวจ ไล่กล้องไปเรื่อย ๆ และเห็นคนร้ายวิ่งหนีลงบันไดเลื่อน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ สวมป้ายทะเบียนปลอม ที่จอดเตรียมไว้หลบหนีไป มุ่งหน้าไปทางซอยสุขุมวิท 50 ตอนนี้อยู่ระหว่างการขยายผลสืบสวน
ช่วงค่ำที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน นำตัวพนักงานร้านทอง 3 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ ไปสอบปากคำอีกครั้ง เพื่อให้ลงรายละเอียดขณะเกิดเหตุ รวมถึงน้ำหนักทองที่คนร้ายชิงไป
นอกจากนี้ ยังได้ติดต่อเจ้าของป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ตัวจริง ที่คนร้ายนำไปติดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ มาสอบปากคำด้วยว่า มีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่
พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.พระโขนง และเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุ คาดว่า ใช้เวลาอีกไม่นาน ประมาณ 1-2 วัน ก็จะออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุม หรืออย่างเร็วอาจจะได้ตัวในวันนี้ (1 ก.พ.)
พฤติกรรมที่ตำรวจพบเพิ่ม คือ คนร้าย มาดูลาดเลาที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม แต่ยังไม่สบโอกาสที่จะลงมือ
ช่วงนี้ จึงมีคำสั่งให้ตำรวจในพื้นที่นครบาล เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับร้านทองต่าง ๆ โดยจะประสานกับทางสมาคมผู้ค้าทอง ประชุมหารือให้คำแนะนำช่วยกันหาแนวทางป้องกันคนร้ายที่อาจก่อเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีก