ค้างคาวแม่ไก่ย่านพัทยา หมอล็อตเผยผลตรวจไม่พบไวรัสนิปาห์

ค้างคาวแม่ไก่ย่านพัทยา หมอล็อตเผยผลตรวจไม่พบไวรัสนิปาห์

View icon 25
วันที่ 1 ก.พ. 2569 | 11.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ค้างคาวแม่ไก่ย่านพัทยานาเกลือ อยู่มานาน 20-30 ปี หมอล็อต เผยผลตรวจด้วยวิธี RT-PCR ไม่พบสารพันธุกรรมของไวรัสนิปาห์ จับมือหน่วยงานสาธารณสุข-ปศุสัตว์ กำหนดแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างค้างคาวและชุมชน

ไวรัสนิปาห์ วันนี้ (1 ก.พ.69) หมอล็อต หรือ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยถึงผลตรวจไวรัสนิปาห์ในพื้นที่ ๆ พบค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาทำให้เกิดความกังวลว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยผลตรวจไม่พบสารพันธุกรรมของไวรัสนิปาห์ ในตัวอย่างส่งตรวจ โดยวิธี Real-time หรือ RT-PCR บริเวณชุมชนพัทยานาเกลือ

ภายในชุมชน ซอย 18/1 หมู่ที่ 5 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่ ลักษณะพื้นที่เป็นถนนสองเลน มีทางเดินเท้าด้านข้าง และมีต้นไม้ใหญ่ประมาณ 10 ต้น ปลูกอยู่บนทางเดินเท้า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงค้างคาวแม่ไก่ พบว่าค้างคาวมีการขับถ่ายมูลและปัสสาวะลงบนถนนและทางเดินเท้า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ

พื้นที่โดยรอบมีลักษณะเป็นกิจการรีสอร์ต จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า ฝูงค้างคาวใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยมาเป็นระยะเวลาประมาณ 20–30 ปี และมีแนวโน้มว่าจำนวนประชากรลดลง ทั้งนี้ ได้ร่วมกันกับหน่วยงานสาธารณสุขและปศุสัตว์ กำหนดแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างค้างคาวและชุมชน รวมถึงการวางมาตรการและแผนการเฝ้าระวังโรคไวรัสนิปาห์ ตามกรอบแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว

ซึ่งไทยเฝ้าระวังมาตลอด 20 ปี ส่วนความหมายของคำว่าเอาใจค้างคาว คือ มนุษย์และค้างคาว ต่างฝ่ายต่างอยู่ อย่าไปรบกวนถิ่นอาศัย อย่าไปไล่ อย่าไปจับ อย่ากิน

ก่อนหน้านี้ หมอล็อตให้คำแนะนำการอยู่ร่วมกันกับค้างคาวให้ปลอดภัย โดยระบุว่า ถ้าค้างคาวอยู่ในป่า ในวัด ก็อย่าไปกวน  ไปสถานที่ท่องเที่ยวก็ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ตามคำแนะนำ ต้นไม้ต้นไหนที่ค้างคาวแม่ไก่มาเกาะ ก็ตัดยอด ความสูงของจุดที่เกาะอย่าเกิน 5 เมตร ค้างคาวก็จะไม่มาเกาะ จริงๆแล้วเราอยู่ภายใต้ความเสี่ยงแบบนี้มานาน ซึ่งเราก็อยู่ได้ อย่างปลอดภัย

เชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาว สามารถพบได้ใน น้ำลาย เยี่ยว เลือด และอวัยวะภายใน การฆ่าและชำแหละค้างคาวนอกจากผิดกฎหมาย ยังอาจติดเชื้อไวรัสนิปาห์ได้อีกด้วย
ไม่บริโภคค้างคาว ไม่จับค้างคาวมือเปล่า
ไม่บริโภคผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาวหรือสัตว์อื่น ไม่ฝานทิ้ง ควรทิ้งทั้งลูก
ใส่เครื่องป้องกันกรณีที่ต้องเข้าไปใกล้ค้างคาว ได้แก่ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น หมวก หน้ากากN95 แว่นตาป้องกันละอองฝอย
กรณีเกิดการสัมผัสเยี่ยวค้างคาว ต้องรีบล้างส่วนที่สัมผัสทันทีด้วยน้ำและสบู่ และหากบริเวณที่สัมผัสมีรอยขีดข่วนควรใส่ยาฆ่าเชื้อหลังล้างด้วยน้ำสบู่ เนื่องจากไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกันโรค การป้องกันตนเองจึงสำคัญที่สุด
หากมีอาการไข้ หลังการสัมผัสหรือใกล้ชิดค้างคาว ระหว่าง 4-14 วัน ควรแจ้งแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูง ป้องกันการแพร่กระจายและควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด
    
อัตราการพบเชื้อในค้างคาวของประเทศไทย พบเชื้ออยู่ที่ประมาณ 10-16% ในฝูงค้างคาว เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เคยมีการระบาดของโรคในคน เช่น มาเลเซีย อินเดีย บังกลาเทศ ที่มีอัตราการติดเชื้อในฝูงค้างคาวสูงถึง 40% เชื้อที่พบในค้างคาวของไทยจึงมีโอกาสแพร่สู่คนหรือสัตว์เลี้ยงได้ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่มีการระบาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง