“ฮุน มาเนต” นายกฯ กัมพูชา กล่าวระหว่างเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้อพยพว่า กัมพูชาไม่ได้ต้องการสงคราม กัมพูชาต้องการเพียงชายแดนที่สงบสุข และย้ำถึงความจำเป็นของการหยุดยิงถาวร เพื่อให้ชุมชนชายแดนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไร้ความหวาดกลัว
วันนี้ (2 ก.พ. 69) สำนักข่าว ขแมร์ ไทมส์ รายงานว่า “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้พลัดถิ่น ที่วัดแห่งหนึ่งใน จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา เมื่อวันเสาร์ (31 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา
โดย “ฮุน มาเนต” ได้กล่าวปราศรัยต่อครอบครัวผู้พลัดถิ่นว่า กัมพูชาไม่ได้วางแผนที่จะทำสงคราม เราเพียงแค่ต้องการพรมแดนที่สงบสุขกับประเทศเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยในระยะแรก 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 24-28 กรกฎาคมปีที่ผ่านมา จบลง โดยที่รัฐบาลกัมพูชาคาดว่าคงไม่มีการสู้รบขึ้นอีก แต่ได้เกิดความขัดแย้งครั้งที่ 2 ขึ้น ซึ่งความขัดแย้งครั้งที่ 2 กินเวลาตั้งแต่วันที่ 7-21 ธันวาคมปีที่ผ่านมา หลังจบลง ทางรัฐบาลกัมพูชาก็คาดเช่นเดิมว่าคงไม่การสู้รบขึ้นอีก ซึ่งสิ่งที่กัมพูชาต้องการคือพรมแดนที่สงบสุข กัมพูชาไม่ต้องการความขัดแย้ง เนื่องจากสงครามได้ดำเนินมาเป็นเวลานานและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น ทางรัฐบาลกัมพูชาต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนกัมพูชาจะปลอดภัยโดยอาศัยการสนับสนุนจากกองทัพกัมพูชา และสิ่งที่กัมพูชาให้ความสำคัญในขณะนี้คือการหาวิธีที่จะทำให้เกิดการหยุดยิงถาวรและสันติภาพที่ยั่งยืน เราไม่อาจปล่อยให้ประชาชนกัมพูชาทนทุกข์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวไปตลอด
นอกจากนี้ “ฮุน มาเนต” ยังกล่าวว่า ข้าพเจ้าเข้าใจว่าชีวิตที่ค่ายอพยพลำบากมาก บางคนยังไม่สามารถกลับบ้านในพื้นที่สีส้มและสีเหลืองได้ ไม่ใช่แค่คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพระวิหารเท่านั้น แต่ชาวบ้านในจังหวัดพระตะบองก็ยังคงกังวล เพราะในช่วงความขัดแย้งครั้งล่าสุด ฝ่ายไทยทิ้งระเบิดเข้ามาในดินแดนกัมพูชาลึกถึง 80-100 กิโลเมตร
และนี้จึงเป็นคำถามสำคัญว่า เราจะปรับโครงสร้างความมั่นคงอย่างไร เพื่อให้ประชาชนกัมพูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความไม่แน่นอนของการต้องลี้ภัยอีก หากสถานการณ์นี้จบลงด้วยดี เราจะสามารถสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ขึ้นใหม่เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยที่ยั่งยืน และในบางพื้นที่ เราได้เสียการควบคุมไป และหลายคนยังไม่ได้กลับบ้าน
ทั้งนี้ ข้าพเจ้าเข้าใจถึงความยากลำบาก ความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคต ข้าพเจ้าเชื่อว่าความรู้สึกของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนและในพื้นที่นี้ สะท้อนถึงความรู้สึกของชาวกัมพูชาทั้งชาติ ข้าพเจ้าในฐานะรัฐบาลกัมพูชา เรากำลังทำงานอย่างไม่หยุดเพื่อแก้ไขปัญหานี้