ปิดคดี ชาวรัสเซียฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติ

View icon 94
วันที่ 3 ก.พ. 2569 | 07.22 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - 2 หนุ่มรัสเซีย ฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติปากแข็งปฏิเสธข้อหา ไม่ยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยืนยันหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดได้

พลตำรวจโท ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมตำรวจชุดคลี่คลายคดี แถลงปิดคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ

นายมิคาอิล อายุ 29 ปี ชาวรัสเซีย หายปริศนาจากที่พักย่านพระตำหนัก 23 วัน ก่อนพบว่าถูกเพื่อนร่วมชาติ 2 คน ฆ่าหั่นศพใส่ถุงดำ แยกชิ้นส่วนไปทิ้งในป่ามันสำปะหลัง ในซอย 4 พัฒนาการ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อเย็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

และช่วงค่ำวันนั้น ต่อมาตำรวจขอศาลฯ ออกหมายจับ และได้ตามไปจับกุม นายยาโรซาฟ อายุ 35 ปี และ นายดมิทรี อายุ 38 ปี ชาวรัสเซีย ที่โรงแรมย่านสุขุมวิท

หลังมีหลักฐานภาพวงจรปิด ว่าวันที่ 7 มกราคม ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ไปหาผู้ต้องหา 2 คน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้กับจุดที่พบศพ

วันที่ 9 มกราคม พบหลักฐานภาพวงจรปิดว่า ผู้ต้องหา 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกหมู่บ้านหลายครั้ง เชื่อว่านำชิ้นส่วนศพใส่เอาไว้ใต้เบาะไปทิ้งที่ป่า นอกจากนี้ยังสร้างพยานหลักฐานเท็จ จ้างคนไทยทำทีให้ช่วยค้นหา นายมิคาอิล หลังหายตัวไป

เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ได้ใช้สารเคมีตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ พบคราบเลือดในห้องน้ำ อ่างล้างมือ และยึดรถจักรยานยนต์ไปตรวจคราบเลือดที่ใต้เบาะ อยู่ระหว่างตรวจรอผลยืนยันว่า จากการไล่ไทม์ไลน์เชื่อว่า นายมิคาอิล เสียชีวิตวันที่ 9 มกราคม จากนั้นก็ถูกหั่นแยกชิ้นส่วน ด้วยเลื่อยเหล็กที่ถูกฝังอยู่ในจุดที่พบศพ

พลตำรวจโทฉัตรชัย บอกอีกว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธ ไม่ให้ความร่วมมือหรือให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ไม่ยอมปริปากให้ข้อมูลใด ๆ กับตำรวจ

แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน สามารถดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ ส่วนปมสังหาร ตั้งเอาไว้ 2 ประเด็น คือ การฆ่าล้างหนี้ กับ เรียกค่าไถ่ ยืนยันว่าทั้ง 2 คน ไม่ใช่ทหารรัสเซีย ตามที่มีกระแสข่าว

สำหรับผู้ต้องหา 2 คน ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ร่วมกันเรียกค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวกักขังและกระทำทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

พลตำรวจโทฉัตรชัย ยืนยัน จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง