สนามข่าว 7 สี - ยิ่งนานวันแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือ สแกมเมอร์ ก็จะยิ่งหลอกเหยื่อแนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อหรือไม่ สัปดาห์ที่แล้วสัปดาห์เดียว ตำรวจช่วยเหยื่อไปถึง 34 คดี แนบเนียนแค่ไหน ลองฟังจากผู้เสียหายรายนี้ดู
ฟังคร่าว ๆ คุณผู้ชมเดาได้ไหม ว่ามิจฉาชีพกำลังหลอกผู้เสียหายรายนี้อย่างไร วิธีการมิจฉาชีพ จะหลอกอ้างว่าได้จัดส่งเอกสารสำคัญไปให้ผู้เสียหายทาง EMS แต่ผู้เสียหายไม่อยู่รับ
เอกสารนี้เป็นเอกสารสำคัญมากที่ใช้ในการคุ้มครองเงินฝาก ก่อนจะแนะนำให้ผู้เสียหายติดต่อกับเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนั้นก็คือมิจฉาชีพด้วยกัน ให้อธิบายขั้นตอนให้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งระหว่างการแนะนำ ผู้เสียหาย บอกว่า มิจฉาชีพไม่พูดเรื่องการโอนเงินเลยแม้แต่คำเดียว แค่พยายามให้คำแนะนำเฉย ๆ
แต่คำแนะนำที่ว่านั้น แนะนำให้เพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชัน Line ถามบัญชีธนาคารที่ใช้ ถามโทรศัพท์ว่าใช้ Android หรือ IOS แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวเอกสารที่จะต้องทำ ผู้เสียหายจะต้องกรอกข้อมูลอย่างละเอียดนะ แล้วก็หลอกให้สแกนใบหน้า เท่านั้นเงินในบัญชีกว่า 200,000 บาท ก็หายไปทั้งบัญชี
ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 25-31 มกราคมที่ผ่านมา มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline รวม 7,550 คดี ความเสียหายรวมกว่า 541 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 372 คดี และเฉพาะสัปดาห์ที่แล้วสัปดาห์เดียว ตำรวจช่วยเหลือเหยื่อไว้ได้ทัน 34 คดี
และแม้ว่าไทยจะสกัดจับ จะเข้มข้นกับการช่วยเหลือเหยื่อ กับการจับกุมคนที่เปิดบัญชีม้า คนกดถอนเงิน เสนอเพิ่มโทษที่หนักขึ้นแค่ไหน แต่ก็ยังมีคนไทยที่แอบข้ามไปกัมพูชา ด้วยเหตุผลว่า มีคนจ้างให้ไปทำงานเป็นแอดมิน
อย่างคนไทย 3 กลุ่ม รวม 9 คน ที่ถูกพบตัวในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากการซักถามบางส่วนให้การว่า มีคนรู้จักแนะนำให้ไปทำงานแอดมิน ตอบแช็ตลูกค้าที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จึงได้ลักลอบข้ามแดนไป แต่ปรากฎว่าถูกพาตัวไปกักขังไว้ที่ตึกแห่งหนึ่ง นาน 3-4 วัน และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารในกัมพูชา และสแกนใบหน้า แลกกับเงินค่าจ้างแค่คนละ 1,000 บาท จากนั้นนายหน้าก็ส่งกลับไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ
เพราะข้อมูลชี้มาแบบนี้ และหลักฐานที่ไทยตรวจพบจากการเข้าตรวจค้น ฐานสแกมเมอร์หลัก 2 แห่ง คือ โอร์เสม็ดรีสอร์ต และ รอยัลฮิลล์