สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดน่าน เป็นวันแรก

View icon 173
วันที่ 3 ก.พ. 2569 | 19.41 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 10.10 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะ พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
  
จากนั้น เสด็จเข้าปัญญาพัฒนสถาน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อเดือนเมษายน 2567 และพระราชทานนามว่า "นันทสิปปาคาร" มีความหมายว่า "อาคารแห่งความรู้ทุกแขนงของจังหวัดน่าน" สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการก่อตั้งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนและประชาชน โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อปี 2548 ประกาศให้บริเวณเมืองเก่าน่าน เป็นพื้นที่อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่า และกำหนดให้ศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่าเป็นศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรม โดยปี 2558 ได้ย้ายศาลากลางจังหวัดไปยังศูนย์ราชการจังหวัดแห่งใหม่ ทำให้ศาลากลางหลังเก่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ กระทรวงมหาดไทย เห็นศักยภาพของมูลนิธิรักษ์ป่าน่านในพระราชูปถัมภ์ฯ จึงปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดน่านหลังเก่า ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร

ประกอบด้วย อาคารจัดแสดงนิทรรศการและการเรียนรู้, อาคารหอประชุม, อาคารบริการ, สวนพฤกษศาสตร์ และลานอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาระบบคิดของเยาวชนน่าน ผ่านสาระความรู้ทุกแขนง และการจัดแสดงวัตถุด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ พร้อมเป็นแหล่งอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกล้านนาตะวันออก เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนเข้ามาเยี่ยมชม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ รวมทั้งจัดแสดงรถยนต์พระที่นั่งแลนด์ โรเวอร์ ที่ทรงใช้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

เวลา 10.57 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน หลังใหม่ ที่ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมืองฯ ซึ่งสร้างขึ้นทดแทนอาคารหลังเดิม ที่มีอายุการใช้งานกว่า 60 ปี โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สนับสนุนงบประมาณการจัดสร้าง เพื่อรองรับภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เป็นอาคารขนาด 2 ชั้น โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 แล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2568

จากนั้น ทอดพระเนตรภายในอาคาร ชั้นที่ 1 ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องสำนักงาน, ห้องอเนกประสงค์บรรจุถุงยังชีพ, ห้องเก็บคลังพัสดุ และห้องเก็บของบริจาค ส่วนชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุม, ห้องศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ดำเนินงานตามพันธกิจในด้านต่าง ๆ อาทิ การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยแล้ง และภัยหนาว ในปี 2568 ได้ให้การช่วยเหลือไปแล้ว กว่า 74,800 คน, ด้านการบริการโลหิต ร่วมกับโรงพยาบาลน่าน ในการจัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณภาพ ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ในปี 2568 ได้โลหิต 15,288 ยูนิต เกินร้อยละ 3 ของจํานวนประชากรจังหวัดน่าน และด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต จัดทําโครงการตรวจรักษาผ่าตัดตาแก่ผู้ยากไร้ มีผู้มารับบริการ 488 คน 

เวลา 15.39 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังปัญญาพัฒนสถาน ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ทรงเปิดงาน "100 PMA Laureates Celebration: Prince Mahidol Award Nexus (PMAN)" หรือ งานเฉลิมฉลองวาระที่มีผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครบ 100 คน โดยมีผู้ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ได้ร่วมยืนสงบนิ่งรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในการนี้ มีพระราชดำรัสเปิดงาน "100 PMA Laureates Celebration: Prince Mahidol Award Nexus (PMAN)" โดยทรงเน้นย้ำความสำคัญของงาน ซึ่งเป็นการรวมพลังผู้ทรงคุณวุฒิจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติ ทั้งยังทรงชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทรงกล่าวถึงจังหวัดน่าน ในฐานะพื้นที่ที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของประชาชนกับความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทรงมุ่งหวังว่าการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมือเพื่อยกระดับสุขภาพของประชาชนทั่วโลกอย่างยั่งยืน 

โดยงานนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ได้พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล แก่องค์กร และบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติ ตั้งแต่ปี 2535-2568 รวม 100 คน/องค์กร แสดงถึงความสำเร็จในอดีต รวมถึงหลักการของรางวัล คือ การพัฒนาความรู้ การส่งเสริมสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของมวลมนุษยชาติ พร้อมจัดการประชุมเพื่อให้ผู้ได้รับรางวัลและนักวิชาการได้พบปะ แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองในจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างความเข้าใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน อันจะนำไปสู่การสังเคราะห์แนวคิดและบทเรียนเพื่อก้าวสู่ยุคสุขภาพใหม่ของประเทศไทย ที่สามารถปรับใช้และขยายผลได้ในบริบทด้านสุขภาพระดับชาติและระดับโลกที่กว้างขึ้น

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "100 PMAN หรือ 100 บุคคล/องค์กร ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล จากผลงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข พบว่ามีประชากรกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ได้รับการรักษาและรอดชีวิตจากโรคต่าง ๆ ประชากรกว่า 3,000 ล้านคน ลดการติดเชื้อจากโรคต่าง ๆ ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ ได้กว่า 3,000 ล้านบาท

โดยได้คัดเลือกองค์กรและบุคคลที่มีผลงานโดดเด่น ที่ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล มาจัดแสดง 11 ผลงาน ซึ่งมี 7 คนได้รับรางวัลโนเบลในเวลาต่อมา อาทิ เซอร์ วิลเลียม ริชาร์ด ดอลล์ แพทย์และนักระบาดวิทยาชาวอังกฤษ ผู้บุกเบิกการศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการสูบบุหรี่กับการเกิดมะเร็งปอดในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ช่วยให้คนทั่วโลกจำนวนมากลดละเลิกการสูบบุหรี่ ทำให้ลดการเป็นโรคมะเร็งปอด และศาสตราจารย์ นายแพทย์ จอห์น บี. สแตนเบอรี ค้นพบปัญหาภาวะขาดไอโอดีนและโรคที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการแก้ปัญหาการขาดไอโอดีนในประชากรทั่วโลก ช่วยลดการบกพร่องทางสติปัญญาในเด็กจากการขาดไอโอดีนได้ ร้อยละ 40 ในระดับโลก

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และพระมหากรุณาธิคุณ ด้านการแพทย์การสาธารณสุข ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบสานพระราชปณิธาน ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกร ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้ง นิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกร ที่จังหวัดน่าน

สำหรับรถยนต์พระที่นั่ง Land Rover นี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในถิ่นทุรกันดารทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ปี ติดตามค้นหา จนพบว่า นายชัยยา ศรีวิเศษ เกษตรกรชาวจังหวัดยโสธร เป็นเจ้าของ เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า สมุดทะเบียนรถยนต์ระบุชื่อเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในหน้ารายการจดทะเบียนคือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช" และเมื่อเปรียบเทียบหมายเลขเครื่องยนต์ในสมุดทะเบียนรถยนต์กับหมายเลขแชตซีพบว่า "หมายเลขตรงกันทุกประการ" จึงได้ติดต่อขอรับรถยนต์พระที่นั่ง มาจัดแสดง ณ ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร ซึ่งผู้ครอบครองฯ ได้มอบให้ด้วยความภาคภูมิใจ

เวลา 18.05 น. เสด็จพระราชดำเนินไปบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้ได้รับพระราชทาน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงของวงดนตรี หมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 38 และการแสดง ชุดงอกงามใต้ร่มพระบารมี โดย นายกิตตินันท์ ชินสำราญ ขับร้องร่วมกับวง TPO จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, การขับร้องเพลงประสานเสียงโดยคณะนักร้องประสานเสียงวงสวนพลู, ชุดสืบภารกิจการแพทย์แห่งแผ่นดิน Contemporary Dance ประกอบดนตรี จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

มีการแสดงชุดพิเศษ อาทิ การแปรขบวนของอากาศยานไร้คนขับ 500 ลำ และการแสดงพลุประกอบดนตรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ชื่อชุด THE LEGACY OF LIGHT-LIGHT FOR HUMANITY  มรดกแห่งแสงสว่าง-แสงสว่างเพื่อมนุษยชาติ, การแสดงดอกไม้ไฟประกอบดนตรี, การขับร้องประสานเสียงเพลงนารีรัตนา ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับวง TPO จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล