เช้านี้ที่หมอชิต - แกนนำของหลายพรรคการเมืองยังคงเดินสายขึ้นเวทีปราศรัย วันละ 1-2 เวที เพื่อเรียกคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
เริ่มที่ ภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกฯ หาเสียงที่ตลาดหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขอถ่ายรูปจำนวนมาก โดยป้าคนหนึ่งชมนายอนุทินว่า หล่อจัง ขอให้ได้เป็นนายกฯ อีกรอบ
หลังลงพื้นที่ นายอนุทิน บอกว่า จากการลงพื้นที่ได้รับการตอบรับที่ดี มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ ชื่นชอบผลงานของรัฐบาล จึงขอเอาผลงานมาแลกคะแนนเสียงของประชาชน
จากนั้นช่วงเย็นลงพื้นที่หาเสียงที่บึงตะเครง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ทั้ง 5 เขต เรียกคะแนน ประกาศนโยบายยกระดับพิษณุโลกจะไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านอีกต่อไป แต่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคอีสาน ผ่านแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำนโยบายแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน เปลี่ยน "บางระกำ" เป็น "บางชุ่มฉ่ำ" รวมถึงผลักดันราคาข้าว และโครงการคนละครึ่งพลัส
ส่วนในช่วงค่ำ เดินทางไปหาเสียงที่ตลาดเทศบาลตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นายอนุทิน ย้ำชัดไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา อ้อนขอคะแนนทั้ง 2 ใบ เพื่อส่งคนเข้าสภา แก้ปัญหาปากท้อง และยกระดับคุณภาพชีวิต ส่วน "คนละครึ่ง พลัส" ยืนยันว่ามีแน่นอน
ส่วนความเคลื่อนไหวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องบอกว่าตลาดแตก จนต้องปิดถนน 1 เลน หน้าตลาดทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เพื่อต้อนรับ นายอภิสิทธิ์ เพราะพอลงจากรถปุ๊บ ประชาชนต่างวิ่งเข้ามาคล้องพวงมาลัย และสวมกอดจนแทบตั้งตัวไม่ทัน
ส่วนอีกจุุดที่ตลาดสดสร้างใหม่ ย่านตาขาว จังหวัดตรัง ก็ตลาดแตกไม่ต่างกัน มีประชาชนจำนวนมากมาต้อนรับ และมอบดอกไม้ให้กำลังใจ จุดนี้มีแม่ค้าร้านผลไม้นำกล้วยหอมมามอบให้ พร้อมขอไมค์จาก นายอภิสิทธิ์ เพื่อพูดความในใจว่า 20 ปีมาแล้ว เลือกนายอภิสิทธิ์มาตลอดเลย
นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยย้ำถึงอันตรายของธุรกิจการเมือง การซื้อเสียง และครั้งนี้ก็สงสัยกันมากว่า ทุนเทากำลังจะมาครอบงำการเมืองอีก เพราะเวลาย้ายพรรคเขาบอกว่า สส. 1 คน มีราคา 50 ล้านบาท จึงสงสัยว่าไปเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย หรือเงินที่โกงกินจากพี่น้องประชาชน
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า จังหวัดตรัง ภายใต้ชื่อแคมเปญ ''ชาวตรัง..ใจเดียว: ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้'' ประกาศฟื้นการเมืองสุจริต ตัดวงจรทุนสีเทาซื้อ สส. และซื้อเสียงประชาชน อ้อนขอคะแนนทั้ง 2 ใบ ไม่แบ่งใคร เพื่อเข้าไปบริหารประเทศ และปรับโครงสร้างต่าง ๆ ให้ปักษ์ใต้แข็งแรง
ด้าน พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ นำทีมลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดอุบลราชธานี มีประชาชนต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการรักษาพื้นที่ให้ได้ หลังจาก นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพันลภ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งระหว่างที่ นายยศชนัน เดินไปขึ้นเวทีปราศรัยก็ถูกต้อนรับ ทั้งกอด ทั้งหอม ได้รับดอกไม้ พวงมาลัยก๋วยจั๊บอุบลฯ และกระติบข้าวเหนียว กว่าจะเดินไปถึงเวทีใช้เวลานานกว่า 40 นาที เลยทีเดียว
นายยศชนัน ประกาศย้ำนโยบายปลดหนี้เสีย 200,000 บาท จ่าย 10 เปอร์เซ็นต์, ผู้สูงอายุหนี้เสีย 100,000 บาท ไม่ต้องจ่าย, พักหนี้เกษตรกร 500,000 บาท 3 ปี, ค่าไฟฟ้า 3.70 บาทต่อหน่วย, นโยบายรัฐจ่าย 70 : 30 ซึ่งดีกว่านโยบายคนละครึ่ง, ประกันกำไรการเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมประกาศลดอำนาจรัฐ คืนอำนาจสู่ประชาชน ทำงานการเมืองด้วยความกตัญญู เพราะถ้าไม่มีพ่อแม่พี่น้องในวันนั้น ก็คงไม่มีพรรคเพื่อไทยในวันนี้
ไปดูความเคลื่อนไหวของ พรรคกล้าธรรม เมื่อวาน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงจังหวัดลำปาง ประกาศแก้ไขปัญหาปากท้อง ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ แก้ปัญหาหนี้สิน และสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ
นอกจากนี้ ยังชูโมเดลฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายใต้ชื่อ "ศูนย์เศรษฐกิจลำปางใต้" และยังเตรียมปัดฝุ่นโครงการให้ลำปางเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าภาคเหนือ 8 จังหวัด ยืนยัน เป็นนโยบายทำได้จริง ไม่ขายฝัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ "เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง" นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคฯ ประกาศจุดยืนของพรรคเป็น "สีขาว" พร้อมเปิดหน้าชนกับกลุ่มทุนผูกขาดในทุกวงการ และยังเดินหน้าลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3 บาท 30 สตางค์ต่อหน่วย รวมถึงแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ภายใต้นโยบาย "อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน"
ความเคลื่อนไหวของ กกต. เมื่อวานมีรายงานว่าที่ประชุม กกต. มีมติส่งศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองต่าง ๆ อีก 28 คน เพราะไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยตอนนี้กำลังเร่งยกร่างคำวินิจฉัยก่อนส่งให้ ผอ.กกต.ประจำเขต ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ซึ่งตามกฎหมายหากศาลฯ มีคำสั่งถอนชื่อไม่ทันวันเลือกตั้ง จะยังถือว่าทั้ง 28 คน เป็นผู้สมัคร ซึ่งหากได้รับเลือกตั้ง กกต. จะไม่ประกาศรับรองผล และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
เกาะติดเลือกตั้ง 2569 ได้ที่ : https://www.ch7.com/election2569