ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจรู้ตัวคนร้ายบุกเดี่ยวใช้ค้อนทุบกระจกชิงทอง ห้างดังกลางเมืองหาดใหญ่ พบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายชิงไปก่อเหตุแล้ว
พบเบาะแสชิงรถ จยย. ก่อนชิงทองหนัก 33 บาท
นาทีที่คนร้ายชายใส่ชุดดำ ใส่หมวกกันน็อก กระโดดข้ามตู้โชว์ทอง ในร้านทองที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ช่วง 18.36 น. เมื่อวานนี้ ก่อนใช้ค้อนทุบกระจกถาดโชว์ทอง ด้วยความใจเย็น แล้วกวาดทองรูปพรรณใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ขณะที่ลูกค้าและพนักงานแตกตื่น พากันวิ่งหนีตายหนี
เช้าวันนี้ตำรวจชุดสืบสวนทั้งจากตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา สนธิกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ประชุมความคืบหน้าทางคดี ที่ สภ.คอหงส์ ก่อนกระจายกำลังกันลงพื้นที่ตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปวัดแม่เปียะ อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา จุดที่คนร้ายเป็นชายวัยรุ่นรูปร่างผอม ใส่ชุดดำ ไปชิงรถจักรยานยนต์ของคนงานชาวเมียนมา อายุ 33 ปี ที่มาก่อสร้างเจดีย์ภายในวัด ช่วงเวลา 15.30 น. ซึ่งคนงานบอกว่า รถคันนี้นายจ้างได้ซื้อให้ใช้มานานกว่า 10 ปีแล้ว และช่วงเกิดเหตุตรงกับเพื่อนคนงานกำลังก่อสร้างเจดีย์อยู่
ชายคนนี้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่า เดินเข้ามาอยู่ในวัด นานกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว ก็เดินมาที่รถของตน ซึ่งเสียบกุญแจรถคาไว้ ได้โชว์อาวุธปืน แล้วรีบสตาร์ทรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีออกไปทันที
ตอนนี้ตำรวจได้เบาะแสของคนร้ายรายนี้ โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมแห่งหนึ่งริมถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี และบริเวณร้านขายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งทั้งสองจุดอยู่ในพื้นที่อำเภอนาหม่อม และพบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายชิงจากแรงงานชาวเมียนมา ขี่ไปก่อเหตุและหลบหนี ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่บ้านควนจง อำเภอนาหม่อม ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร
ตามหา "แจ็กกี้" ผู้ต้องสงสัยชิงทองหนัก 198 บาท
ความคืบหน้าติดตามจับกุมคนร้ายชิงทอง น้ำหนัก 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท ในท้องที่ สน.พระโขนง ที่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัว
จากพฤติกรรมหลบหนีสุดแยบยล และคำให้การของพนักงานร้านทอง ที่บอกว่าคนร้ายพูดว่า "ให้นำทองมาใส่ถุง ไม่เช่นนั้นจะทำจุด จุด จุด" แล้วท่าทางการเดินก็ขากะเผลกข้างซ้าย เมื่อประเมินจากพฤติการณ์ รูปร่าง วิธีการก่อเหตุที่วางแผนมาเป็นอย่างดี ก็เริ่มถูกเปรียบเทียบว่า อาจจะใช่คนร้ายที่เคยก่อคดีชิงทองในห้างฯ เมื่อปี 2562
จากการลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลตามจุดที่พักพิงของคนเร่ร่อน ตำรวจได้เบาะแสเพิ่มมาว่า ชายคนนี้เคยบอกกับคนอื่น ๆ ว่าเขาชื่อ "แจ็กกี้" และนี่ก็คือภาพของบุคคลต้องสงสัย ที่อำพรางตัวเองหลบหนีไปตามสถานที่ต่าง ๆ
ซึ่งพอตำรวจได้ข้อมูลคนที่น่าจะใช่ "แจ็กกี้" อยู่แถว ๆ พัฒนาการ ก็ไปติดตามตัวมาสอบถาม แต่สุดท้ายก็ยังไม่ใช่บุคคลที่ตามหากัน ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในความพยายามของตำรวจ ที่ยังไม่ตัดใดประเด็นหนึ่งทิ้ง ยังคงติดตามทุกเบาะแสที่มีคนแจ้งเข้ามา