สนามข่าว 7 สี - วลีเด็ด "อย่ามาแหวง" คนพูดถึงเยอะมาก ใครบัญญัติศัพท์คำนี้ และหมายถึงอะไร ไปฟัง
ที่มาของคำว่า "อย่ามาแหวง"
ศัพท์คำนี้ถูกบัญญัติขึ้น ในการขึ้นไฮด์ปาร์กบนเวทีรถแห่เคลื่อนที่เพลิงพระนางของพรรคประชาชน ช่วงค่ำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดลำปาง
คนสุดท้ายที่ขึ้น คือ ไอซ์ รักชนก สส.บัญชีรายชื่อ ดุเดือดตั้งแต่นาทีแรกที่ขึ้นไฮด์ปาร์ก เน้นไปที่การทำหน้าที่ของ กกต. ที่มีปัญหาในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า
ไอซ์ ร่ายยาวมาตั้งแต่การเลือกตั้งใหญ่ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 พ.ศ.2562 เกิดไฟดับทำให้นับคะแนนผิด ครั้งที่ 2 พ.ศ.2566 มีบัตรเลือกตั้งเกินหลักล้านใบ และครั้งที่ 3 ปี 2569 ซึ่งผ่านไปแค่การเลือกตั้งล่วงหน้า ก็เกิดผิดพลาดอีก ฉะนั้น จึงขอบัญญัติคำใหม่ หากใครเหลี่ยมจัด หรือหากใครขอโทษจากความผิดพลาด ให้พูดคำว่า "อย่ามาแหวง"
"แหวงไม่โกรธ" ถ้าไม่เชื่อมั่น อย่าไปเลือกตั้ง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงฉายานี้ ในระหว่างไปออกรายการว่า รับได้ ไม่โกรธ เป็นสีสันมากกว่า และก็ยอมรับในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น มั่นใจ 8 กุมภาฯ นี้ ผ่านฉลุย แต่ถ้าประชาชนไม่เชื่อมั่นในกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้งเลย
อดีต กกต. อย่าง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ถึงกับบ่นเลยว่า เตือน กกต. ครั้งที่ 1,000 แล้ว มี 2 เรื่องที่เสี่ยงเลือกตั้งจะโมฆะ คือ การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เพราะคิวออกเสียงประชามติ อยู่ในหน่วยเลือกตั้ง และการตั้งหีบบัตรเลือกตั้ง อยู่ในจุดที่ไม่สามารถเห็นชัดเจนจากภายนอก อาจเกิดการทุจริตได้
อาจารย์เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครักชาติ ก็เป็นอีก 1 เสียงสะท้อนปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งเรื่องข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัครสูญหาย การจ่าซองเลือกตั้งผิดพลาดในหลายจังหวัด และกับประโยคที่ว่า "ถ้าไม่เชื่อมั่นกรรมการ ก็ไม่ต้องไปเลือกตั้ง"
อาจารย์เจษฎ์ ฝากแสดงความห่วงใยว่า อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ เข้าใจว่า เครียดและภาระงานหนัก แนะให้หาใครมาช่วยแบ่งเบาภาระ เพื่อที่จะได้มีเวลาพักผ่อน
ล่าสุด เมื่อคืนนี้ นายแสวง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ขออภัย ไม่ได้ต้องการท้าทายอำนาจประชาชน แต่ในการออกรายการ อาจมีพูดเล่น หรือเปรียบเปรยแบบออกรสออกชาติไปบ้าง เมื่อสื่อจับประโยคนี้ขึ้นพาดหัว เลยทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ยืนยันว่า การเลือกตั้ง ต้องมีความเชื่อมั่น 2 อย่าง คือ 1. ตัวระบบ และ 2. คน
สำหรับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จาก 95 แห่งทั่วโลก ตอนนี้ส่งกลับมาแล้วกว่า 90% เชื่อว่าจะส่งมาคัดแยก และส่งไปนับพร้อมกันทั้ง 400 เขต ทันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
ส่วนเรื่องร้องเรียน มี 95 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความใส่ร้ายป้ายสี และเรื่องทุจริตซื้อเสียง มีไม่ถึง 10% เท่านั้น แต่ถึงมีน้อยก็ต้องเฝ้าระวัง
ขอบคุณภาพจาก : Facebook รักชนก ศรีนอก