สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดชลบุรี

View icon 186
วันที่ 6 ก.พ. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.40 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนแวนชัน เซ็นเตอร์ ทรงเปิดการประชุมวิชาการ "วิสัญญีแพทย์แห่งเอเชียและออสเตรเลีย ครั้งที่ 17" ซึ่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดครั้งที่ 2  โดยราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย

การประชุมนี้ จัดขึ้นทุก 4 ปี หมุนเวียนเจ้าภาพตามประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมการจัดประชุมระดับภูมิภาคให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมระดับโลกของสหพันธ์สมาคมวิสัญญีแพทย์โลก ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น แลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ และเป็นการประชุมหลักของเอเชียและออสเตรเลีย สำหรับประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหพันธ์สมาคมวิสัญญีแพทย์โลก ในปี 2515 

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นในหัวข้อ "ศิลป์แห่งศาสตร์ แนวโน้มในอนาคตของวิสัญญีวิทยา" เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ แบ่งปันความรู้ และร่วมกำหนดทิศทางในอนาคตของวงการวิสัญญีวิทยา มีวิสัญญีแพทย์และบุคลากรด้านวิสัญญีวิทยา จากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม กว่า 1,000 คน ระหว่างวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569 

ประกอบด้วย การปาฐกถาพิเศษ การอภิปรายกลุ่ม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนำเสนอผลงานวิชาการล่าสุด แนวโน้มที่สำคัญ และข้อมูลเชิงปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ เพื่อแบ่งปันงานวิจัยใหม่ ๆ ปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติทางคลินิก ส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วย และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสำรวจนวัตกรรมใหม่ ๆ และการรับมือกับความท้าทายในสาขาวิชาชีพ ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น การผ่าตัดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนยา และอุปกรณ์การแพทย์ชนิดใหม่ ส่งผลต่องานด้านวิสัญญี และยังได้จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 103 ของราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ นำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช่ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพที่ยั่งยืน

เวลา 14.01 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 5 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ทอดพระเนตรโรงงานบริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด โอกาสนี้ นายหลี่ เผิง ประธานบริษัทฯ เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเครื่องปรับอากาศ 10 เครื่อง เพื่อพระราชทานแก่หน่วยงานต่าง ๆ ตามพระราชอัธยาศัย

จากนั้น ทอดพระเนตรสายการผลิตเครื่องปรับอากาศและโครงการโรงงานประภาคาร ซึ่งได้รับการรับรองจาก World Economic Forum หรือ WEF ให้เป็นหนึ่งในเครือข่าย Global Lighthouse Network ของโลก โดยกำลังเจรจาความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และมหาวิทยาลัยชุนเต๋อโพลีเทคนิค สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ทวิวุฒิ สาขาเทคโนโลยีเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ เพื่อผลิตกำลังคนทักษะสูงให้บริษัทฯ โดยจะเรียนที่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา มหาวิทยาลัยชุนเต๋อโพลีเทคนิค สาธารณรัฐประชาชนจีน และฝึกงานที่โรงงานบริษัท ไมเดีย รีฟริจเจอเรชั่น อีควิปเม้นท์ (ไทยแลนด์) จำกัด แห่งละ 1 ปี โดยจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และมหาวิทยาลัยชุนเต๋อโพลีเทคนิค

บริษัทฯ แห่งนี้ เป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ตั้งอยู่นอกสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับการรับรองจาก WEF ให้เป็นโรงงานประภาคาร เมื่อปี 2568 เป็นผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะ และการบูรณาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยุคที่ 4 อย่างครบวงจร ซึ่งได้นำเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้กับระบบการผลิต การควบคุมคุณภาพและโลจิสติกส์ โดยโรงงานในไทยเป็น Smart Factory ขนาดใหญ่ที่สุดของเครือไมเดียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน