รวบโจรมอมยา ผสมยาใส่นมเปรี้ยว เหยื่อวัย 84 ปี สลบนาน 3 วัน

รวบโจรมอมยา ผสมยาใส่นมเปรี้ยว เหยื่อวัย 84 ปี สลบนาน 3 วัน

View icon 79
วันที่ 6 ก.พ. 2569 | 20.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รวบโจรมอมยา ผสมยาใส่นมเปรี้ยวเลือกลงมือกับเหยื่อวัย 84 ปี จูงขึ้นรถเมล์ป้ายยา ก่อนรูดทรัพย์สินไป 2.5 แสน เหยื่อสลบไปนาน 3 วัน ตำรวจเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด ล่าตัวได้ก่อนไปก่อเหตุซ้ำ

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. และ สน.บางนา ร่วมกันสืบสวนจับกุมนายประสาสน์ (สงวนนามสกุล) ฉายา “สานนคร” อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.109/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ. 69 ข้อหาลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ ส่วนข้อหาเกี่ยวกับการใช้สารป้ายยาอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นห้องพัก ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ได้แก่ ถาดและอุปกรณ์สำหรับบดยา ยานอนหลับจำนวนหนึ่ง พระเครื่องจำนวนมาก

สำหรับคดีนี้ ผู้ต้องหาก่อเหตุกับชายวัย 84 ปี บนเบาะหลังสุดของรถเมล์สาย 511  โดยถูกพบหมดสติอยู่บนรถเมล์ กระเป๋ารถเมล์มาปลุกก็ไม่ได้สติ จนต้องหามส่งโรงพยาบาล ทรัพย์สินและสิ่งของในตัวหายไปหมดตัว เมื่อผู้เสียหายฟื้นคืนสติ เบาะแสแรกคือ “กินนมเปรี้ยวที่ป้ายรถเมล์”

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ ได้จับภาพ “ชายปริศนา” ที่เข้ามาพูดคุยก่อนพยุงพาขึ้นรถเมล์ ท่าทีเสมือนคนช่วยเหลือคนชราตามปกติ กระทั่งเมื่อได้ขึ้นมาบนรถเมล์ชายชรามีอาการเดินเซ ก่อนจะถูกพาไปนั่งที่เบาะหลังสุด ก่อนจะปลดทรัพย์สิน สร้อยคอทองคำ พระเครื่อง และเงินสด มูลค่ารวม 249,500 บาท จากนั้นคนร้ายลงรถเมล์ บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อุดมสุข หลบหนีไป และมีการสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมได้
        
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพ ว่าพบเหยื่อชายวัย 84 ปีที่ป้ายรถโดยสารประจำทางบริเวณปากน้ำ จึงเข้าไปตีสนิทและให้เหยื่อดื่มนมเปรี้ยวที่ตนผสมยาสลบ 10 เม็ด เมื่อขึ้นรถโดยสารสาย 511 พร้อมกันได้นั่งคุย จนเหยื่อสลบจึงลักเอาทรัพย์สินทั้งหมดแล้วลงจากรถ   ยังรับอีกว่าได้เคยก่อเหตุในลักษณะนี้บนรถเมล์อีก 4-5 ครั้ง

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า “คนร้ายเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูง และใช้ยาสารเคมีบางอย่าง ทำให้ผู้เสียหายหมดสติไปนานกว่า 3 วัน นี่คือภัยสังคมที่ร้ายแรง และจะขยายผลว่ามีการทำเป็นขบวนการหรือเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นหรือไม่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าที่เข้ามาตีสนิทในที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการรับเครื่องดื่มหรืออาหารจากคนไม่รู้จัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง