“อภิสิทธิ์” นำทัพประชาธิปัตย์ปล่อยขบวนรถแห่โค้งสุดท้าย ย้ำจุดยืน “การเมืองสุจริต” คือทางรอดที่ปลอดภัยของประเทศ
7 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์คึกคัก ปล่อยขบวนรถแห่ 3 เส้นทางทั่วกรุงฯ “อภิสิทธิ์” มั่นใจพลังเงียบเติมคะแนนช่วยคุมเกมรัฐบาลแก้ทุจริต ลั่นสถานะไหนก็พร้อมทำงานเพื่อประชาชน แม้เหลือคนเดียวก็จะสู้เพื่อความถูกต้อง
บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ในช่วงเช้าวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นำทีมแกนนำและสมาชิกพรรคเข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มกิจกรรมรณรงค์หาเสียงวันสุดท้าย โดยนายอภิสิทธิ์มีท่าทีผ่อนคลายและอารมณ์ดี ถึงขั้นหยอกล้อและออกสเต็ปเต้นเบาๆ กับสื่อมวลชนก่อนเริ่มปล่อยขบวนรถแห่ 3 เส้นทางทั่วกรุงเทพมหานคร ย้ำจุดยืน “ทางรอดที่ปลอดภัย” ไม่ว่าสถานะใด
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางของพรรคหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า เป้าหมายหลักของประชาธิปัตย์คือการขอโอกาสจากประชาชนเพื่อเข้าไป "คุมเกมในรัฐบาล" เพื่อเป็นหลักประกันว่ารัฐบาลชุดใหม่จะโปร่งใสและปราศจากการทุจริต
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการทำหน้าที่ "ฝ่ายค้าน" หากเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ โดยเน้นย้ำว่าสถานะใดก็ไม่สำคัญเท่ากับการรักษาผลประโยชน์ของชาติ พร้อมประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ว่า
"ประชาธิปัตย์ไม่ไปไหน กลับมาแล้ว แล้วก็อยู่พร้อมทำหน้าที่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผมก็ยังเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้โอกาสเรา เติมพลังเรา ให้เป็นผู้คุมเกมรัฐบาล นั่นหมายถึงว่ารัฐบาลที่มีเราร่วม ก็จะทำให้พี่น้องมั่นใจ ว่าเรามีทางรอดที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนแล้ว ปลอดภัยจากการโกง จากความจน จากความเหลื่อมล้ำ จากความขัดแย้ง จากปัญหาภายนอกทั้งหมด แต่ว่าในกรณีที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล เราก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบเต็มที่ แล้วก็ตัวผมเอง เมื่อทางพรรคบอกว่าจะยังไงก็ตาม ต้องการให้ผมทำงานต่อ ผมก็ยืนยันว่าแม้อยู่คนเดียว ถ้ามีใครมาโกงกินทุจริต ผมก็เต็มที่ เพราะฉะนั้น อยากให้มั่นใจว่าประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว แล้วก็อยู่ต่อไปคู่กับพี่น้องประชาชน แล้วก็จะทำหน้าที่ดีที่สุดครับ สถานะใดก็ตาม เราคือทางรอดที่ปลอดภัยของทุกคนครับ" นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำอย่างมั่นใจ ชูการเมืองสุจริต รากฐานสำคัญของอนาคต
ในโอกาสวันสุดท้ายของการรณรงค์ นายอภิสิทธิ์ได้ฝากข้อความถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ให้พิจารณาตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง พร้อมเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติอย่างพร้อมพรียงกัน โดยย้ำให้ยึดมั่นในหลักการ "การเมืองสุจริต" ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง เพราะเชื่อว่านี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมที่ดีในอนาคต