กล้าธรรม รอ ภูมิใจไทย เทียบเชิญรัฐบาล ยันไม่มีเงื่อนไข พรรคพิสูจน์แล้วไม่มีสีเทา

กล้าธรรม รอ ภูมิใจไทย เทียบเชิญรัฐบาล ยันไม่มีเงื่อนไข พรรคพิสูจน์แล้วไม่มีสีเทา

View icon 31
วันที่ 9 ก.พ. 2569 | 13.00 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กล้าธรรม รอ ภูมิใจไทย เทียบเชิญร่วมรัฐบาล ยันไม่มีเงื่อนไข ยินดีหนุนแก้รัฐธรรมนูญ บอกความสำเร็จหักผลโพล ใช้หลักวิทยาศาสตร์ เสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน พร้อมพิสูจน์แล้ว พรรคไม่มีสีเทา

วันนี้ (9 ก.พ.69) น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม กล่าวถึง ตัวเลขคะแนนเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรมขณะนี้ว่า คะแนนยังวิ่งอยู่ที่ 57- 59 ที่นั่ง ซึ่งต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ส่วนพื้นที่ภาคเหนือที่ตั้งเป้าถือว่าประสบความสำเร็จมาก ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ คาดว่าจะได้ 10 ที่นั่งในพื้นที่ภาคเหนือกระจายทุกจังหวัด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวเลข 57 ที่นั่ง ถือว่าเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า จากที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เคยให้สัมภาษณ์ ตัวเลขของเราก็อยู่ที่ประมาณนี้

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีกระแส แต่รอบนี้ได้ตามเป้า น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเพิ่งจะส่งผู้สมัคร สส.ลงเลือกตั้งครั้งแรก เราไม่เหมือนพรรคเก่าที่เขาทำงานมานาน มีความนิยมของประชาชนในระดับสูง เราเป็นพรรคน้องใหม่ต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งเป็นข้อดีของเราที่ตัวผู้สมัคร สส. และผู้บริหารพรรคให้ความสำคัญกับการลงไปสัมผัสกับประชาชน เป็นการสื่อสารตรงไปยังประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจว่านโยบายที่พรรคกล้าธรรมเสนอจะตรงใจประชาชน ซึ่งการทำโพลของสถาบันต่าง ๆ อาจจะไม่ได้เห็นความนิยมในจุดนี้ จึงประเมินให้พรรคกล้าธรรมต่ำกว่าความเป็นจริงไปเยอะ

เมื่อถามว่า มีสัญญาณติดต่อเชิญร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการสื่อสารมายังผู้บริหารของพรรคกล้าธรรม ส่วนสัญญาณคงต้องรอให้ผู้บริหารพรรคมาประชุมกัน แต่เชื่อว่าการร่วมรัฐบาลตรงไปตรงมา พรรคภูมิใจไทยคงประชุมพิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคใดร่วมรัฐบาล ซึ่งหากมีการเชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลก็จะแจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้ง

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมยังยืนยันว่าจะขอดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราประกาศไปตอนหาเสียงแล้วว่า ความวุ่นวายของประเทศตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น หากมีพรรคใดที่พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชนเราก็ไม่ปฏิเสธ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม คงจะไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามว่า เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมคืออะไร น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราไม่เคยมีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าทำประโยชน์ให้ประชาชน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องนี้ก็พร้อมจะสนับสนุน เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนสะท้อนมา

เมื่อถามว่า หลายจังหวัด ประชาชนให้ความไว้วางใจและเลือกผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญยังคงเป็นคำตอบเดิม คือกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยผู้สมัครทุกคนต้องรับนโยบายของพรรค และลงพื้นที่หาเสียง พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตนเองเชื่อว่าผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมก่อนจะได้รับเลือกตั้ง ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับประชาชนจำนวนมาก อย่างน้อยประมาณ 50,000–60,000 คน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวนโยบายที่ชัดเจน ครบถ้วน ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชน

ขณะที่พรรคการเมืองอื่นนั้น อาจจะมีแนวทางการสื่อสารนโยบายที่แตกต่างกัน โดยพรรคกล้าธรรมเน้นการลงพื้นที่จริง พบประชาชนตัวเป็น ๆ และมีคำตอบที่ชัดเจนในแนวนโยบายว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขณะที่นโยบายของพรรคการเมืองอื่นก็ถือว่าดีเช่นกัน เพียงแต่พรรคกล้าธรรมเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากการทำงานอย่างหนักของผู้สมัครทุกคน ทั้งนี้ ผู้บริหารและแกนนำพรรคมีแนวคิดตรงกันว่า การทำงานในพื้นที่เป็นหัวใจสำคัญ จึงอาจไม่เห็นพรรคกล้าธรรมปรากฏบนเวทีปราศรัยหรือเวทีดีเบตมากนัก แต่จะเห็นการลงพื้นที่ สัมผัสและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง ซึ่งเชื่อว่านี่คือเบื้องหลังของความไว้วางใจที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครของพรรค

สำหรับการประเมินความนิยมของประชาชนนั้น น.อ อนุดิษฐ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางในการเสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน โดยร้อยเอกธรรมนัส และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ย้ำเสมอว่า หากรู้เขา รู้เรา โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้นกว่าที่เราไม่รู้อะไรเลย ยืนยันว่าไม่มีส้มหล่นอย่างแน่นอน เพราะทุกพื้นที่เราทำงานหนักจริงๆ หากดูผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จะเห็นว่ามีหลายเขตที่พรรคกล้าธรรมได้อันดับสอง และมีคะแนนตามหลังผู้ชนะเพียงหลักร้อยในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในระดับประเทศเป็นครั้งแรก

น.อ. อนุดิษฐ์ ยังระบุอีกว่า ยังมีภารกิจและงานอีกจำนวนมากที่ต้องนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อศึกษา ปรับปรุง และเดินหน้าให้สู่การเป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันต่อไป

ส่วนเมื่อชนะมาแล้วจะรักษาพื้นที่อย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นพรรคกล้าธรรม ที่มีผู้สมัครจากพรรคอื่นมารวมกัน ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของพรรค โดยมีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ส่วนใหญ่ยังคงรักษาที่นั่งไว้ได้ มีเพียงไม่กี่รายที่พลาดการเลือกตั้ง สุดท้ายขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคกล้าธรรม และให้โอกาสผู้แทนของพรรคได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา ยืนยันว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อประชาชน และยึดถือเป็นสัญญาประชาคม

ส่วนที่ถูกครหาว่าเป็นพรรคการเมืองสีเทา ไม่ได้เป็นสีเขียวอย่างโลโกพรรค น.อ. อนุดิษฐ์ ระบุว่า วันนี้พิสูจน์ได้ว่าสีเทาที่พูดไม่มี แต่เป็น “สีเขียว” และเขียวขจี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง